Category

Cosmetic

Category

ลิปสติกยี่ห้อไหนดี ติดทนนาน ? แนะนำ 10 แบรนด์ดังยอดนิยม

ลิปสติกยี่ห้อไหนดี ติดทนนาน ? แนะนำ 10 แบรนด์ดังยอดนิยม

ลิปสติกยี่ห้อไหนดี ติดทนนาน ? แนะนำ 10 แบรนด์ดังยอดนิยม ใช้ดี ลิปสติกที่ติดทนนาน สาวๆ หลายคนคงจะหาลิปสติกที่ติดทนนาน เพื่อที่จะทาแล้วสวยตลอดวัน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะซื้อลิปสติกแบบไหนดี

ซึ่งวันนี้เราก็มี 10 แบรนด์ดังยอดนิยมที่ติดทนนาน มาให้เลือกกัน จะได้เป็นตัวเลือกช่วยให้สาวๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แถมยังช่วยให้สวยขึ้นได้ด้วย มาดูดันเลยดีกว่าว่ามีแบรนด์อะไรบ้าง 

1. 4U2 – EST.HARDER 2

ลิปสติกยี่ห้อไหนดี

ขอแนะนำรุ่น EST.HARDER 2 ลิควิดลิปแมตต์ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องติดทนนาน เนื้อแมตต์เบาทาแล้วสบายปากมาก โดดเด่นตรงที่สีชัด ติดทน กันน้ำ และไม่เลอะแมสก์ มีให้เลือกมากถึง 16 สี สายไหนก็ต้องโดนตก มีทั้งโทนนู้ด ชมพู ส้ม แดง น้ำตาล ครบทุกลุคในการแต่งหน้าเลยทีเดียว เม็ดสีแน่นมากกลบสีปากได้มิด ทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ แถมยังเกลี่ยง่าย อีกทั้งยังมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงริมฝีปากไปในตัวอีกด้วย ที่สำคัญราคาแค่หลักร้อย

2. M.A.C – matte LIPSTICK

ลิปสติกยี่ห้อไหนดี

นี่คือแบรนด์ลิปสติกที่เป็นที่นิยมมากที่สุด ลิปปังๆ ที่ทุกคนควรมีไว้ครอบครองสักแท่ง เพราะมีเนื้อลิปสติกให้เลือกอยู่มากมาย ยิ่งลิปแบบเนื้อแมตต์ละก็ยิ่งมีเยอะเข้าไปใหญ่ เพราะเป็นที่นิยม แถมยังสีที่สดชัดเจน ไม่แห้งจนเกินไป​ และที่สำคัญคือลิปตัวนี้สามารถติดทนนานได้ตลอดวันอีกด้วย ทาปากกี่ทีก็สวยทุกที ราคาอยู่ที่ประมาณ 800 บาท

3. NARS – MATTE LIP PENCIL

ลิปสติกยี่ห้อไหนดี

ลิปเครยอนเนื้อแมตต์เนียนนุ่ม เขียนง่าย เม็ดสีติดทนนานโดยไม่ทำให้ริมฝีปากลอกหรือเป็นคราบ พร้อมช่วยเติมเต็มร่องปากให้แลดูอวบอิ่มซึ่งก็มาในรูปแบบของดินสอเขียนปาก เป็นสินค้าที่เหมาะกับสาวๆ ที่ชอบลิปสติกเนื้อด้าน ทาตัวนี้จะไม่ทำให้ปากแห้ง แถมยังมีส่วนผสมของสารบำรุงริมฝีปากและวิตามินอีที่ช่วยเพิ่มความเนียนนุ่มชุ่มชื้น และมีสีลิปที่จัดจ้านมาก ที่สำคัญยังมีเฉดสีให้สาวๆ ได้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะแบบหวาน เรียบร้อย หรือแบบมั่นใจ ราคาอยู่ที่ 1,000 บาท

4. Revlon – Colorburst Matt Balm

ลิปสติกยี่ห้อไหนดี

เติมความชุ่มชื่นและสีสวยเปล่งประกายให้ริมฝีปากดูสดใสด้วยลิปบาล์มเนื้อกึ่งแมตต์ที่มาในรูปแบบแท่งดินสอเขียนปาก  ซึ่งก็ไม่ต้องมาเหลาให้เสียเวลา เพราะมีเนื้อสีที่เยอะมาก โดยลิปตัวนี้มีสีที่สดใส ชัดเจน และไม่แห้งจนเกินไป เวลาทาจะรู้สึกเย็นที่ปากอีกด้วย ราคาอยู่ที่ 300 บาท

5. 3CE – Lip Tint

ลิปสติกยี่ห้อไหนดี

ลิปทินต์แบรนด์ดังจากเกาหลี ด้วยเนื้อแมตต์ที่ดูเรียบเนียนดุจกำมะหยี่ พิกเมนท์แน่น เม็ดสีแน่นคมชัด สีสวยสดใสสไตล์เกาหลี ทาแล้วสีแนบสนิทกับปากเป็นเนื้อเดียวกัน และให้สัมผัสที่ดูเรียบลื่นบางเบาเป็นธรรมชาติ แถมมีสีให้เลือกมากมายและน่าครอบครองเป็นเจ้าของมาก และเมื่อได้ลองใช้จริงหลายคนก็บอกว่าชื่นชอบมาก เพราะมีสีที่สด ชัดเจน สามารถเข้ากับผิวได้ดี เรียบเนียน และยังไม่ทำให้ปากแห้งอีกด้วย ราคาอยู่ที่ 700 บาท

6. MAYBELLINE – super stay matte ink

ลิปสติกยี่ห้อไหนดี

ลิปจิ้มจุ่มที่ติดทนนานถึง 16 ชม. ครอบคลุมทุกโทนสี สุดชิค ทาแล้วไม่ติดมาสก์ ไม่ตกร่อง ไม่ทรานสเฟอร์ สวยไม่ซีด ใครทาก็รอด แถมนี่ยังเป็นลิปสติกที่มีราคาไม่แพงและคุณภาพเนื้อที่ดี มีเฉดสีให้เลือกหลากหลายและทุกโทนสีก็มีแต่สีเด็ดๆ ทั้งนั้นเลย มีทั้งสีที่ทำมาเพื่อผิวของคนเอเชีย เอาใจสาวๆ โดยเฉพาะ เราสามารถใช้ได้ในประจำวันแน่นอน ที่สำคัญนอกจากจะติดทนได้นาน และยังไม่ทำให้ปากแห้งอีกด้วย ราคาสบายใจเพียงแท่งละ 249 บาทเท่านั้น

7. NYX – MATTE LIPSTICK

ลิปสติกยี่ห้อไหนดี

นี่เป็นอีกตัวที่เหมาะกับคนงบน้อย เพราะมีราคาอยู่แค่ 100-300 บาท แต่มีคุณภาพ ระดับสูงเลยทีเดียว เพราะมีสีที่สดใสชัดเจน และยังมีเฉดสีให้เลือกอีกมากมาย และตัวนี้ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่ไม่ทำให้ปากแห้งจนเกินไป

8. Bobbi Brown – Luxe Matte Lip Color

ลิปสติกยี่ห้อไหนดี

ปากสวยดูโดดเด่น ด้วยลิปสติกจากแบรนด์ BOBBI BROWN ลิปสติกที่มอบทั้งเนื้อสัมผัสแบบแมตต์เต็มขั้น ไปพร้อมๆ กับความเบาสบายที่ริมฝีปาก สามารถเกลี่ยได้อย่างเรียบลื่นด้วยเม็ดสีที่อัดแน่นและติดทนนานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง ด้วยเนื้อแว็กซ์คุณภาพเยี่ยมจึงเคลือบริมฝีปากได้อย่างบางเบา มีให้เลือกด้วยกันหลากหลายเฉดสี ราคาประมาณ 1,500 บาท

9. ETUDE – Fixing Tint

ลิปสติกยี่ห้อไหนดีลิปทินท์ไม่เลอะติดแมสก์สัญชาติเกาหลี อีกแบรนด์ที่ขายดีโดยตัวนี้เป็นแบบลิปทินท์ที่ให้งานเนื้อแมตต์ โดยยังรักษาความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก ซึ่งแค่ปาดทีเดียวแล้วทิ้งไว้สักครู่ก็แห้งไปกับปากได้เลย ลิปสติกรุ่นนี้มีหลายสีให้เลือก ทั้งยังช่วยบำรุงความชุ่มชื้น ไม่ทำให้ริมฝีปากรู้สึกเจ็บหรือแห้งตึง พร้อมคุณสมบัติติดทนแน่น กันน้ำ และไม่ซึมเลอะแมสก์ ราคาอยู่ที่ 400-500 บาท

10. L’oreal – Rouge Signature

ลิปสติกยี่ห้อไหนดี

ลิปสติกตัวขายดี คุณภาพคับแน่น มีเฉดสีให้เลือกถึง 30 สี ตัวลิปสติกทาง่าย หัวแปรงมีปลายแหลมที่ช่วยให้ทาริมฝีปากได้ง่าย ลิปสติกเป็นเนื้อแมตต์ที่มีส่วนผสมของน้ำและน้ำมัน ด้วยเทคโนโลยีแผ่นฟิลม์บางสูตรเฉพาะที่ให้เนื้อสัมผัสบางเบา พร้อมมอบเม็ดสีสดชัดและพลังแมตต์แน่นได้ตลอดวัน เพื่อผลลัพธ์สีชัดเจน ติดทนนานตลอดวัน และเบาสบายบนริมฝีปาก ราคาแท่งละไม่ถึง 300 บาท

นี่ก็เป็นเพียง ลิปสติกยี่ห้อไหนดี 10 แบรนด์ดังยอดนิยมและติดทนนาน แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ลิปสติกแบรนด์ไหน ก็สามารถเลือกได้ตามที่ชอบกันได้เลย เพราะแบรนด์ต่างๆ ก็มีสีและประเภทของลิปให้เลือกมากมาย คุณสามารถหาลิปสติกเพื่อให้เข้ากับสีผิวของคุณ หรือโทนแต่งหน้าที่ชอบได้เลย ที่สำคัญหลังทาลิปสติกแล้วอย่าลืมทำความสะอาดให้หมดจด และบำรุงฝีปากร่วมด้วย จะได้ทาริมฝีปากสวยๆ ในทุกวัน


ลิปสติกประเภทต่างๆ เลือกลิปสติกแบบไหนดีที่สุด มาดูกันดีกว่า

ลิปสติกยี่ห้อไหนดี

แนะนำ ลิปสติกยี่ห้อไหนดี กันไปแล้ว ลองมาดู ลิปสติกประเภทต่างๆ เลือกลิปสติกแบบไหนดีที่สุดบ้างดีกว่า สาวๆ ที่รักสวยรักงาม คงจะซื้อลิปสติกกันประจำแน่ๆ ซึ่งในปัจจุบันก็มีวางขายอยู่เยอะมาก แต่ทีนี้จะเลือกให้เข้ากับความต้องการของเรายังไงดี วันนี้จึงมีบทความที่จะมาบอกประเภทของลิปสติกว่ามีอะไรบ้าง จะได้ช่วยให้สาวๆ ตัดสินใจได้ว่าควรจะเลือกใช้แบบไหนดี 

1. ลิปสติกเนื้อครีม

โดยลิปสติกประเภทนี้ จะมีลักษณะเป็นเนื้อครีมเนียนนุ่ม จะเต็มไปด้วยเม็ดสี เมื่อทาแล้วจะเห็นเป็นสีสันชัดเจน และยังไม่ทำให้ปากแห้ง สีชัดติดทนนานแน่นอน

เหมาะมากๆ สำหรับสาวๆ ที่มีริมฝีปากสวยอยู่แล้ว เพราะทาแล้วจะช่วยทำให้ปากดูอวบอิ่มมากขึ้น แต่ก็ไม่เหมาะกับสาวๆ ที่มีรูปปากหนา เพราะจะไปทำให้ปากดูใหญ่ขึ้น

2. ลิปสติกเนื้อแมตต์

ลิปสติกประเภทนี้ จะมีความเข้มข้นของเนื้อสีมากที่สุด ทำให้ได้สีที่เข้มที่สุด ตัวนี้เป็นลิปสติกเนื้อด้าน ที่ไม่มีความมันวาวเลย เมื่อทาแล้วจะแห้งไวและติดทนที่ปากได้นาน แต่เวลาทาก็อาจทำให้ริมฝีปากแห้งได้ง่ายกว่าปกติ ซึ่งสำหรับใครที่มีปัญหาปากแห้งทาอยู่แล้ว ตัวนี้อาจจะไม่เหมาะเท่าไร เพราะจะทำให้ลิปตกร่องและเกิดคราบ ดังนั้นเวลาลิปชนิดนี้ควรทาลิปบาล์มไปก่อน เพื่อสร้างความชุ่มชื้น 

3. ลิปสติกเนื้อเชียร์และเนื้อซาติน

ชนิดนี้มีลักษณะคล้ายๆ แบบเนื้อครีม แต่ก็จะมีเม็ดสีที่มีความบางเบากว่ามาก และจะไม่เกิดความมันวาวมากจนเกินไป ถ้ามองขณะที่อยู่ในแท่งอาจดูเข้ม

แต่เมื่อแล้วจะได้แบบที่มีสีอ่อนกว่า จึงเหมาะสำหรับสาวๆ ที่ไม่ชอบทาลิปสติกสีจัดจ้าน และนั่นก็ทำให้ริมฝีปากดูเนียนสวย อย่างเป็นธรรมชาติได้ดี ทั้งนี้ก็สามารถทาทับได้หลายครั้งมาก โดยที่ไม่เป็นคราบเลย

4. ลิปเนื้อฟรอสตี้

นี่เป็นลิปสติกที่มีเนื้อสีที่เข้มข้น ให้ประกายสีมุก เพราะได้มีส่วนผสมของกลิตเตอร์ ดังนั้นเมื่อทาแล้วจะทำให้ริมฝีปากดูเปล่งปลั่งสดใส และยังทำให้ปากมีประกาย แต่ก็ยังไม่ทำให้ไม่มันวาวจนเกินไป ซึ่งก็เหมาะกับสาวๆ ที่มีริมฝีปากบางอยู่แล้ว นั่นก็จะทำให้ริมฝีปากดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

5. ลิปสติกเนื้อมันวาว/เนื้อชายน์

ลิปสติกเนื้อมันวาวเป็นลิปสติกที่มีส่วนผสมของกลิตเตอร์ปนอยู่นิดหน่อย ซึ่งก็จะให้ความมันวาวแบบกลอสซี่ ทำให้เมื่อทาแล้วริมฝีปากจะดูอวบอิ่ม เนียนสวย ดูเรียบเนียน และชุ่มชื้นขึ้นมาก แต่อาจไม่เหมาะทาไปข้างนอกเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยติดทน

6. ลิปสติกลิควิด

ลิควิดลิปสติก หรือ ลิปจิ้มจุ่ม ก็เป็นลิปสติกที่มาแรงสุดๆ ในตอนนี้ ซึ่งนี่ก็ลิปสติกที่มีลักษณะเป็นเนื้อที่เหลว มีเม็ดสีที่ชัดเจน เมื่อทาแล้วจะให้สีปากที่สวย เด้ง และยังติดทนนานได้ตลอดทั้งวัน โดยแบบนี้มีทั้งแบบที่เป็นเนื้อแวววาว และแบบเนื้อแมตต์

7. ลิปกลอส

ลิปกลอสเป็นลิปสติกชนิดเนื้อเหลว มีความโปร่งแสง โดยบางอันอาจมีประกายมุก เมื่อทาแล้วจะให้สีที่ใส มีความแวววาว ซึ่งก็จะทำให้ริมฝีปากมีความชุ่มฉ่ำ ดูอวบอิ่มอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเราสามารถใช้ทาลงบนริมฝีปากได้แบบโดยตรง หรือจะนำไปทาทับลิปสติกสีอื่น เพื่อเพิ่มความแวววาวก็ได้เช่นกัน

8. ลิปทินต์

ทินต์เป็นลิปสติกชนิดเนื้อเหลวคล้ายลิปกลอส แต่ตัวนี้จะให้ความหนืดน้อยกว่า โดยจะใช้สำหรับช่วยการเพิ่มสีสัน ให้กับริมฝีปาก หลายคนจึงมักนิยม ทาบนริมฝีปากแค่บางๆ และใช้ลิปกลอสควบคู่ไปด้วย นั่นก็จะทำให้ริมฝีปากดูสดใสอย่างเป็นธรรมชาติแน่นอน

9. ลิปไลเนอร์

ลิปไลเนอร์ หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า ดินสอเขียนขอบปาก โดยตัวนี้จะใช้สำหรับการเน้นขอบ และทำให้ปากเรียวขึ้น จึงมักจะใช้เป็นสีที่ใกล้เคียงกับสีลิปสติก โดยจะใช้วาดขอบนำไปก่อนจะลงลิปสติก ซึ่งก็จะช่วยให้ริมฝีปากสวย คมชัด เซ็กซี่มากขึ้น

10. ลิปบาล์มหรือลิปมัน

ลิปสติกประเภทนี้จะไม่มีสี หรือมีสีก็มีน้อย เพราะส่วนใหญ่จะใช้ในการรักษาความชุ่มชื้นของผิวปากมากกว่า หรืออาจใช้ทานำไปก่อนแล้วค่อยลงลิปสติกสีที่ชอบลงไป เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวปากให้มากขึ้น 

รู้จักความแตกต่างของลิปสติกประเภทต่างๆ แล้ว ก็ไปเลือกซื้อลิปสติกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของเรากันได้แล้ว และก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมสาวๆ ถึงไม่ได้มีลิปสติกเพียงแท่งเดียว เพราะนอกจากจะมีสีต่างกัน ยังมีให้เลือกอีกหลายประเภทด้วย


5 วิธีเลือกลิปสติก ให้เข้ากับปากและผิวของคุณเองมากที่สุด

ลิปสติกยี่ห้อไหนดี

นอกจาก ลิปสติกยี่ห้อไหนดี แล้ว เรายังมี 5 วิธีเลือกลิปสติก ให้เข้ากับปากและผิวของคุณเองมากที่สุดมาฝากกันด้วย เพราะการเลือกลิปสติกก็ถือเป็นปัญหาหนึ่งของสาวๆ เลยว่าจะเลือกสีไหนดี แบบไหนดี แน่นอนว่าคนที่มีลิปในใจหรือที่ใช้เป็นประจำอยู่แล้วก็คงไม่เป็นปัญหา

แต่คนที่ยังไม่รู้จะซื้อลิปสติกอะไรมาใช้ละก็ ก็คงจะงมกันไปพักนึงว่าจะซื้ออะไรดี และซื้อมาแล้วจะเหมาะกับเราไหม วันนี้จึงมี 5 วิธีเลือกลิปสติกให้เข้ากับตัวเองที่สุด มาช่วยให้สาวๆ ใช้ลิปสติกได้ดีขึ้นนั่นเอง

ลิปสติกยี่ห้อไหนดี

1. ให้เลือกสีลิปที่เราชอบ

แค่ทาลิปสติกเนื้อแมตต์ ให้เข้ากับรูปหน้าหรือเลือกสีที่ใครๆ ใช้ก็สวย แค่นั้นก็สามารถทำให้เราดูสวยขึ้นมาได้แล้ว  การเลือกลิปสติกที่ดีก็ทำให้เราไม่ต้องแต่งหน้าเลยก็ได้ ซึ่งก็มีสาวๆ หลายคนที่ไม่แต่งหน้าเลย เพียงแค่เลือกทาลิปสติกให้เข้ากับตัวเอง แค่นั้นก็ทำให้ดูสวย ดูแพงขึ้นมาได้ในทันที

2. เลือกสีแดงไปเลย

ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว แค่ทาปากแดงแค่นั้นก็ทำให้ดูสวยโฉบเฉี่ยวไปครึ่งหนึ่งแล้ว ไม่ว่าใครจะทาก็ตาม ยังไงลิปแดงก็ยังเป็นตัวแทนก็ความจัดจ้านมากที่สุด ไม่มีสีไหนที่จะมาเบียดบัลลังก์นี้ได้ ซึ่งสีแดงก็เป็นอีกสีที่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป หาซื้อได้ง่ายมาก ง่ายกว่าสีอื่นหลายขุม และชนิดที่ราคาไม่แพงก็มีอยู่เยอะ และนี่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการใช้ลิปสติก

3. สีชมพูอ่อนๆ เพิ่มความหวาน

การใช้ลิปสีชมพูอ่อนๆ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้เราดูสวยได้ โดยที่แทบไม่ต้องแต่งหน้าเลยก็ได้ และสีนี้ก็จะให้ความแตกต่างไปจากสีแดงโดยสิ้นเชิง สีแดงจะเป็นสีที่ดูรุนแรง แต่สีชมพูอ่อนก็จะแสดงถึงความอ่อนโยน ความหวานให้เราได้มาก ถ้าใครเป็นสาวเปรี้ยวอยู่แล้วอยากเปลี่ยนเป็นสาวหวานละก็ ใช้สีชมพูอ่อนตัวเดียว อยู่หมัดแน่นอน

4. เลือกสีลิปสติกให้เข้ากับสีผิว

การเลือกลิปสติกให้เข้ากับสีผิวก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี เพราะนอกจากจะทำให้ดูมีสไตล์แล้ว ยังทำให้ดูมีเสน่ห์มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งใครที่ไม่รู้จะถ้าใช้แบบนี้แล้วจะเวิร์กหรือไม่ ให้ดูสาวไทยในปัจจุบันแล้วเราจะเข้าใจว่า การแต่งหน้าในปัจจุบันไม่ต้องใช้ลิปสติกสีชมพูเพียงเดียวแล้ว สีน้ำตาลก็เป็นอีกสีหนึ่งที่สามารถเพิ่มความแพงให้เราได้มากเลยทีเดียว

5. แต่งตามดาราไปเลย

ไม่ต้องคิดอะไรให้มันมากไป แต่งตามดาราไปเลย ใครจะว่ายังไงเราก็ไม่ต้องแคร์ เพราะคงไม่มีดาราคนไหนที่แต่งตัวเองให้ดูขี้เหร่แน่นอน ซึ่งการใช้ตามดาราก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลา และยังทำให้ดูสวยใสอีกด้วย สะดวกมากๆ

ลิปสติกเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้เพื่อเพิ่มรูปลักษณ์ของริมฝีปาก ทั้งมีหลายสีและหลายประเภท และสามารถทาลงบนริมฝีปากได้โดยใช้แปรงหรือนิ้วมือ เหตุผลที่สาวๆ เลือกใช้ลิปสติก นั่นก็เพราะบางคนชอบทาลิปสติกทำให้ริมฝีปากดูอิ่มเอิบและเซ็กซี่มากขึ้น บางคนใช้ลิปสติกเพื่อเพิ่มสีสันให้ริมฝีปาก ทำให้หน้าสดใสและทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นด้วย


อ้างอิง

How to Apply Lipstick: 15 Tips and Tricks : https://www.byrdie.com/how-to-apply-lipstick-346598

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสําอาง ให้ห่างไกลสิวที่คุณควรรู้

การทำความสะอาดเป็นขั้นตอนที่จำเป็นในการดูแลผิวสุขภาพดี ช่วยขจัดน้ำมันบนพื้นผิวและเศษซากอื่นๆ ที่อาจสะสมเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งส่งผลให้เกิดการอักเสบของผิวหนังและปัญหาผิวอื่นๆ คลีนเซอร์มีหลายประเภท แต่ละแบบก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป ซึ่งวันนี้จะมาแนะนำ คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง แบรนด์ดังที่ใช้แล้วห่างไกลสิวกันอย่างแน่นอน


คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง แบบไหนดีที่สุดและใช้แล้วห่างไกลสิว

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสําอาง

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง ห่างไกลสิวที่คุณควรรู้ เพราะการล้างเครื่องสำอางออกก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้การแต่งหน้า แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยให้ความสำคัญในส่วนนี้สักเท่าไร เน้นไปที่การแต่งหน้ามากกว่า พอเกิดปัญหาผิวก็โทษตัวเครื่องสำอางว่าไม่ดี ทำให้เกิดการอุดตัน 

ซึ่งปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปถ้าเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการทำความสะอาดใบหน้า และวันนี้มี คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง สุดยอดตัวช่วยทำความสะอาดใบหน้าของแต่ละประเภทมาบอกกัน จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูได้เลย

1. สุดยอดของ CLEANSING OIL

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง เริ่มกันที่ประเภทคลีนซิ่งประเภทออยล์กันก่อนเลย ซึ่งนี่ก็ถือเป็นเทรนด์การใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มาแรงมากในขณะนี้ โดยเฉพาะกับสาวๆ ที่ชอบแต่งหน้าเป็นประจำ เพราะการใช้คลีนซิ่งออยล์ในการล้างหน้านั้น สามารถทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก และยังมีความอ่อนโยนต่อผิวหน้าแบบสุดๆ

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสําอาง

และวันนี้ขอเสนอ POSITIF Phyto Crystal Purifying Cleansing Oil คลีนซิ่งออยล์จากแดนปลาดิบที่ใครๆ ก็แนะนำ เนื้อเป็นครีมที่มีคริสตัลใสๆ เป็นส่วนผสม และยังมีสารที่สกัดมาจากพืชธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่นถึง 8 ชนิดอีกด้วย และยังมีตัวช่วยในการฟื้นฟูผิวที่แห้ง คล้ำเสีย ให้ดูผ่องใสอีกด้วย มี Avocado Oil ที่จะช่วยลบเลือนจุดด่างดำออกไปได้อย่างหมดจด

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสําอาง

และ DHC Deep Cleansing Oil คลีนซิ่งออยล์ที่ได้รับความนิยมจากสาวๆ มาอย่างยาวนาน คลีนซิ่งออยล์ระดับตำนานอีกหนึ่งตัว ที่สามารถช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางบนผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล้างได้แม้จะเป็นเครื่องสำอางที่กันน้ำ อีกทั้งยังมีความอ่อนโยนต่อผิวค่อนข้างสูงเนื่องจากปราศจากส่วนผสมของ Mineral Oil รวมถึงสารเคมีอันตรายอย่างแอลกอฮอล์ น้ำหอม และพาราเบน จึงมั่นใจได้เลยว่าจะช่วยทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกจริงๆ เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่ไม่ควรพลาด


2. สุดยอดของ CLEANSING WATER

ต่อมาคือ คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง ชนิดน้ำ อย่างที่รู้กันว่า คลีนซิ่งวอเตอร์มีคุณสมบัติที่ช่วยที่ดึงดูดน้ำมัน และสิ่งสกปรกต่างๆ บนผิวหน้า แต่ยังคงความชุ่มชื้นให้ผิวอยู่ เหมาะกับคนที่มีสภาพผิวมัน ผิวบอบบางง่าย แพ้ง่าย มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย อุดตันง่าย

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสําอาง

แน่นอนว่าตัวแรกจะเป็นแบรนด์ไหนไปไม่ได้นอกจาก Bioderma ซึ่งก็สามารถสร้างกระแสที่ไทยได้ ตั้งแต่ยังไม่วางขาย ซึ่งก็ทำให้สาวๆ ถึงกับต้องพรีออเดอร์กันมาก่อนเลย โดยแบรนด์นี้ได้ออกแบบคลีนซิ่งน้ำออกมา 2 สูตร คือ สูตรสีเขียวที่เหมาะสำหรับคนผิวมัน และอีกตัวที่สามารถครองใจสาวๆ ไปได้คือสูตรสีชมพูนั่นก็คือ Bioderma Sensibio H2O Make-up Removing Micelle Solution โดยตัวนี้จะเหมาะกับสาวที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย โดยจะมีลักษณะเป็นน้ำใสๆ คล้ายน้ำเปล่า ซึ่งก็เป็นเทคโนโลยีที่สามารถขจัดสิ่งสกปรกออกไปได้โดยที่ไม่ต้องล้างน้ำซ้ำ ดีงามและโด่งดังมากสำหรับผลิตภัณฑ์ตัวนี้สามารถขจัดสิ่งสกปรกได้หมดเกลี้ยงจนสาวๆ จะต้องทึ่งทำให้มีการบอกต่อแชร์และมีกระแสแรงในโลกโซเชียลอย่างมาก ใครที่เคยลองผลิตภัณฑ์อื่นแล้วยังไม่พอใจ อาจจะจบด้วยความดีงามคุ้มค่าด้วยประสิทธิภาพทำความสะอาดล้ำลึกของตัวนี้เลยก็ได้

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสําอาง

อีกแบรนด์ คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง จากการ์นิเย่ Garnier Micellar Cleansing Water ตัวนี้มีไมเซล่าเทคโนโลยีทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็ก ช่วยดูดเครื่องสำอางกันน้ำ สิ่งสกปรก และความมัน ออกจากผิวหน้าได้อย่างหมดจดเช่นกัน มาพร้อมเนื้อสัมผัสแบบน้ำอ่อนโยนไม่ระคายเคืองต่อดวงตาและปาก ปราศจากน้ำหอม เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว รวมไปถึงผิวที่มีแนวโน้มแพ้ง่าย มีหลายสูตรเลือกให้เหมาะกับผิวได้เลย ที่สำคัญราคาไม่แพงและหาซื้อได้ง่าย


3. สุดยอดของ CLEANSING WIPE

อีกรูปแบบหนึ่งของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางที่มาในรูปแบบแผ่นที่พกพาไปได้ทุกๆ ที่ สะดวกในการใช้งานไม่ว่าสาวๆ อยากจะทำความสะอาดใบหน้าระหว่างวัน หรือพกพาเวลาไปเที่ยวทริปต่างจังหวัดหรือที่ต่างๆ เป็นอีกตัวเลือกที่ช่วยให้การทำความสะอาดผิวจากเครื่องสำอางง่ายขึ้นได้

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสําอาง

ไม่ต้องเกริ่นอะไรให้ยาวเหยียดแล้ว สำหรับ Bifesta Cleansing Brightup Sheet แผ่นเช็ดเครื่องสำอาง และทำความสะอาดผิวตัวดังของ Bifesta อันนี้จะเป็นสูตรเพื่อผิวกระจ่างใส มีส่วนช่วยในเรื่องของการทำความสะอาดผิว พร้อมขจัดเซลล์ผิวเก่า และสิ่งสกปรกได้อย่างหมดจด และยังเป็นแผ่นคอตตอนอ่อนนุ่ม ให้ความรู้สึกนุ่มนวลต่อผิว ให้ความรู้สึกสดชื่นสบายผิว ไม่เหนอะหนะผิว ทั้งยังอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิวขณะเช็ด ที่สำคัญคือเป็นสูตร Oil-free ไม่มีน้ำหอม และสี ผิวแพ้ง่ายสามารถใช้ได้แน่นอน

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสําอาง

Purevivi Cleansing Sheet คลีนซิ่งไวป์ตัวดังอีกแบรนด์ แน่นอนว่านี่เป็นของถูกและเป็นของดี ที่ใครๆ ต่างก็การันตีเรื่องคุณภาพ ที่ทำความสะอาดดีงามต่อผิวหน้ามากๆ และยังมีราคาที่สบายกระเป๋าอีกด้วย สรรพคุณคือเต็มไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ 12 ชนิด และยังผสมไปด้วยว่านหางจระเข้ ที่จะช่วยในการลดอาการอักเสบ และอาการระคายเคืองที่ผิว รวมทั้งยังมีไฮยารูรอนที่จะมาช่วยเพิ่มเติมความชุ่มชื่นให้ผิว ซึ่งก็ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น อิ่มน้ำได้ดีอีกด้วย


4. สุดยอดของ EYE & LIP REMOVER

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง สำหรับคนที่แต่งหน้า ทาปาก ถ้าล้างไม่ดีผิวปากก็พังได้ง่ายๆ เหมือนกัน ดังนั้นใครคนไหนที่ชอบแต่งตาชนิดแบบชุดใหญ่ และยังทาลิปสติกหนาเตอะ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ล้างเครื่องสำอางบริเวณตาและปากต่างหาก เพราะเป็นบริเวณที่ค่อนข้างบอบบาง และถ้าทำควรสะอาดไม่ดีก็จะทำให้ผิวเกิดริ้วรอยได้ง่าย

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสําอาง

ซึ่งควรเลือกตัวนี้เลย MAYBELLINE EYE & LIP MAKEUP REMOVER มาในขวดสีขาวตัดฟ้าที่สาว ๆ รู้จักกันดี ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีมานานคู่กับแบรนด์ อยู่มายาวนานคงทนก็เพราะคุณสมบัติเด่น เหมาะที่จะใช้ล้างเครื่องสำอางที่มีคุณสมบัติกันน้ำ ออยส์จะช่วยขจัดเครื่องสำอางที่ล้างออกยากได้อย่างดี ทำให้ลดเลือนสิวได้ ทำให้สิวยุบเพราะผิวหน้าที่สะอาดปราศจากสิ่งสกปรกแม้ในรูขุมขนเล็กๆ

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสําอาง

อีกแบรนด์ที่แนะนำ นั่นก็คือ L’Oreal Gentle Lip And Eye Remover นั่นเอง เพราะคลีนซิ่งตัวนี้มีความสามารถในการขำระล้างทำความสะอาดหิวตา และริมฝีปากได้เป็นอย่างดี สูตรอ่อนโยนเหมาะสำหรับแม้บริเวณรอบดวงตาที่ระคายเคืองง่าย


5. สุดยอดของ CLEANSING FOAM

ถึงแม้ว่าจะล้างเครื่องสำอางออกไปหมดแล้ว แต่หากลืมล้างหน้าอีกรอบละก็ยังไงก็เป็นสิวแน่นอน ซึ่งควรใช้คลีนซิ่งโฟมปิดท้ายเพื่อทำความสะอาดผิวหน้า

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสําอาง

สำหรับตัวแรกที่แนะนำก็คือ Senka Perfect Whip Foam แบรนด์ดังจากญี่ปุ่น ที่เป็นเนื้อวิปโฟม ช่วยล้างหน้าได้สะอาดมากๆ ยังสามารถสร้างความฟินได้อีกด้วย มีเนื้อนุ่มฟองละมุนต่อผิวหน้า เพราะฟองวิบโฟมมีความนุ่มมาก และยังมีส่วนผสมที่ทำให้หน้าไม่แห้งตึงอีกด้วย รวมทั้งช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยล่ะ

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสําอาง

อีกแบรนด์จากญี่ปุ่นเช่นกัน SHISEIDO Clarifying Cleansing Foam โฟมล้างหน้าทำความสะอาดสูตรพิเศษนี้ประกอบด้วย Micro White Powder และ White Clay ที่สามารถขจัดสิ่งสกปรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยโฟมที่นุ่มช่วยขจัดเซลล์ผิวที่หมองคล้ำ มลพิษและสารออกซิไดซ์ที่เป็นสาเหตุแห่งริ้วรอยแห่งวัย ทำให้เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว

การทำความสะอาดของใบหน้าคือสุดยอดของการดูแลและเป็นกุญแจไขความงามที่ผู้หญิงทุกคนรู้กันดี นอกจากขั้นตอนในการล้างหน้ากันด้วยโฟมล้างหน้าแล้ว อีกผลิตภัณฑ์ที่ขาดเสียไม่ได้เลยก็คือ คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง นั่นเอง ตัวช่วยที่จะทำให้ใบหน้ามีผิวที่สะอาดล้ำลึก และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของคลีนซิ่งที่เรานำมาแนะนำ ใครชอบแบรนด์ไหนก็ไปหาซื้อใช้กันได้


5 ขั้นตอนในการใช้ล้างหน้าที่ถูกต้อง

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสําอาง

นอกจากการเลือกใช้ คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง แล้ว ผิวหน้าเป็นเรื่องที่ควรให้ความใส่ใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการแต่งหน้าไปจนถึงการทำความสะอาด การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะผิวหน้าของเราอาจจะพัง แพ้ง่าย เกิดสิวได้อย่างง่ายดาย วันนี้เราจะแนะนำ 5 ขั้นตอนในการใช้ล้างหน้าที่ถูกต้องฉบับง่ายๆ ให้ทุกคนรู้กัน ขั้นตอนก็มีดังนี้

  1.   เช็ดเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้วย คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสําอาง
  2.   จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น อาจจะใช้โฟมล้างหน้าเพิ่มเพื่อล้างเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจดบนใบหน้า
  3.   ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง เพื่อปิดรูขุมขนและช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
  4.   เช็ดหน้าให้แห้ง
  5.   เมื่อแห้งแล้วให้บำรุงผิวหน้าตามลำดับสกินแคร์ของตัวเอง

การทำความสะอาดเครื่องสำอางนั้นสำคัญพอๆ กับการบำรุงผิวขั้นตอนอื่นๆ หากใครที่ไม่เคยใช้หรือไม่ค่อยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอาง ขอแนะนำให้รีบไปหาซื้อมาใช้กันเลย เพราะผิวหน้าที่สัมผัสกับเครื่องสำอางต้องการการทำความสะอาดที่ล้ำลึกยิ่งกว่า ฉะนั้น ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพผิวให้มากที่สุด


อ้างอิง

The Importance of Cleansing : https://www.medifine.co.uk/the-importance-of-cleansing/

https://www.beyondsoho.com/article/95/มาทำความรู้จัก-cleanser-กับcleansing-และวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับผิวหน้าเรากันดีกว่า

วิธีล้างหน้าด้วยน้ำเย็น และการใช้น้ำแข็ง 7 ข้อดี ให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

วิธีล้างหน้าด้วยน้ำเย็น และการใช้น้ำแข็ง 7 ข้อดี ให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น และการใช้น้ำแข็ง 7 ข้อดี ให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง อากาศมันร้อนจะนั่งจะนอนก็ไม่สบายตัว และที่สำคัญอากาศแบบนี้เป็นผลร้ายผิวหน้าอย่างมาก ผิวองเราสามารถเสื่อมสภาพได้เร็ว

เพราะฉะนั้นวิธีที่ง่าย และประหยัดงบมากที่สุดในการซ่อมผิวเสียจากความร้อน คือการล้างหน้าด้วยน้ำเย็น และการใช้น้ำแข็งประคบ คุณรู้หรือไม่ว่ามันมีข้อดีมาก ทำง่ายๆ ใครก็ทำได้ และมีผลลัพธ์น่าพอใจอย่างมาก — ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

ข้อดีเด่น ของการล้างหน้าด้วยน้ำเย็น และการใช้น้ำแข็งประคบ

ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

1.ลดอาการอักเสบ

เมื่อผิวของเราเกิดการอักเสบ ไม่ว่าจะเกิดจาแสงแดด มลภาวะ หรือมือที่อยู่ไม่นิ่งชอบ แกะ เกา จนทำให้เกิดการอักเสบของสิว หรือผิวหน้า เราสามารถบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ง่ายๆ นั่นคือล้างหน้าด้วยน้ำเย็น หรือการใช้น้ำแข็งประคบ เพราะจะช่วยให้ลดอาการบวม อีกทั้งอาการอักเสบ และระคายเคือง ก็จะเบาลงอย่างรวดเร็ว

การล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

2.เลือดไหลเวียนดี

รู้หรือไม่ว่าการล้างกน้าด้วยน้ำอุ่นบ่อย เป็นต้นเหตุของการเกิดสิวผด เพราะว่าความร้อนจะไปกระตุ้มต่อมไขมันให้ขับน้ำมันออกมาเยอะกว่าปกติ เพราะฉะนั้นการล้างหน้าด้วยน้ำเย็น หรือการใช้น้ำแข็งประคบจะให้ผลที่ตรงกันข้าม

นอกจากจะช่วยลดอุณหภูมิของผิวหน้าเพื่อให้ขัยน้ำมันออกมาแล้ว ยังช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น หรือถ้าจะให้ดีก็เอาอ่างสักใบใส่น้ำกับน้ำแข็งให้เต็ม แล้วเอาหน้าลงไปแช่ รับรองว่าชื่นใจแน่นอน เราจะเห็นว่าวิธีนี้ในหนังจะทำกันบ่อย ช่วยให้ผิวกระชับได้เร็วมาก เต่งตึง และสดใสตลอดวัน

ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นลดสิว

3.ลดตาบวม

การใช้น้ำแข็งประคบหน้ามีข้อดีช่วยลดอาการปวดรอบดวงตา ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุเช่น นอนดึก ร้องไห้หนัก เป็นต้น เพียงแค่เอาน้ำแข็งมาลูบบริเวณรอบตาที่บวม 10 นาที จะเห็นผลอย่างชัดเจน ตาจะค่อยยุบลงไป

น้ำเย็นล้างหน้า

4.กระชับรูขุมขน

เชื่อหรือไม่ว่าการใช้น้ำแข็งสามารถกระรูขุมขนได้ เพียงแค่นำน้ำแข็งสักก้อนมาห่อด้วยกระดาษทิชชู่ แล้วนำมาคลึงหน้าเบาๆ เพียงเท่านี้ก็คืนความสดชื่นให้ใบหน้าได้สบายๆ นอกจากจะช่วยกระชับรูขุมขน ยังช่วยให้ผิวพรรณเรียบเนียน และสามารถลดเลือนริ้วรอยต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามวัยได้อย่างลงตัว

ใช้ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

5.ช่วยให้แต่งหน้าเนียนขึ้น

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าน้ำแข็งสามารถช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียนได้ด้วยเวลาอันรวดเร็ว เพราะฉะนั้นก่อนจะแต่งหน้าคุณสามารถเอาน้ำแข็งมาลูบหน้าก่อน แล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นค่อยแต่งหน้า เครื่องสำอางอยู่ทนนานมากขึ้น และยังช่วยให้การแต่งหน้าง่ายขึ้นอีกด้วย

สูตรล้างหน้าน้ำเย็น

6.ผสมสูตรลับกับแตงกวา

เพียงแค่ใช้ของบ้านๆ อย่าง น้ำแตงกวา น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว ผสมกันให้เข้าที่จากนั้นนำไปหยดลงบนพิมพ์น้ำแข็ง นำไปแช่จนกลายเป็นน้ำแข็ง ทีนี้คุณก็จะมีน้ำแข็งสูตรพิเศษกว่าใคร ที่นำมาถูวนๆ รอยใบหน้าเพื่อช่วยให้เนียนใสในราคาประหยัด แต่คุณภาพคับจอ

ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นลดหน้าไหม้

7.บรรเทาผิวไหม้แดด

อีกหนึ่งวิธีการเสกน้ำแข็งสูตรพิเศษ ที่เอาไว้ช่วยให้ใบหน้าเรียบเนียนใส วิธีเดียวกันกับข้างบนนั่นแหละ แค่เอาเจลว่านหางจระเข้มาผสมน้ำสักหน่อย แล้วนำไปแช่ให้กลายเป็นน้ำแข็ง

จากนั้นก็นำมาถูๆ ได้ตามต้องการ เพราะสรรพคุณของว่านหางจระเข้ช่วยเรื่องผิวหน้าไหม้แดดได้เป็นอย่างดี และยังถนอมผิวได้ครอบจักนวาล

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. https://women.kapook.com/view144957.html

วิธีล้างหน้าด้วยน้ำเกลือ สิวหายจริงไหม ไขข้อข้องใจ

วิธีล้างหน้าด้วยน้ำเกลือ สิวหายจริงไหม ไขข้อข้องใจ

วิธีล้างหน้าด้วยน้ำเกลือ สิวหายจริงไหม ไขข้อข้องใจ วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันเนื่องจากมีหลายคนถามกันเข้ามาเยอะมาก เพราะว่าเห็นเพื่อนสาวหลายคนที่นิยมใช้น้ำเกลือล้างหน้า เพราะเชื่อว่าสามารถรักษาสิวได้ แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร รักษาสิวได้จริงไหม ในนี้มีคำตอบ

อย่างแรกให้มาดูที่น้ำเกลือกันนะ เพราะว่าน้ำเกลือที่เรากำลังจะพูดถึงงไม่ใช่น้ำเกลือทั่วไปที่เรารู้จัก แต่คือน้ำเกลือ นอร์มอล ซาลิน โซลูชั่น หรือที่เรียกกันว่า ไอโซโทนิค โซเดียมคลอไรด์ ซึ่งผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้ว มีความเข้มข้น 0.9% คือมีเกลือเพียง 0.9 % เท่านั้น — ล้างหน้าด้วยน้ำเกลือ

ล้างหน้าด้วยน้ำเกลือ

น้ำเกลือ นอร์มอล ซาลิน โซลูชั่น ทำอะไรได้ ?

อย่างที่หลายคนรู้น้ำเกลือประเภทนี้นิยมใช้ล้างแผล หรือเอาไว้ล้าง คอนแทคเลนส์ เพราะว่าบริสุทธิ์ ปราศจากเชื้อโรคต่างๆ และมีความหนาแน่นใกล้เคียงกับของเหลวที่อยู่ในร่างกายของเรา จึงไม่เกิดการต่อต้าน ด้วยความสะอาดกว่าน้ำทั่วไป เราสามารถนำมาล้างหน้าได้ และแน่นอนว่าจะไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองใดๆ ทั้งสิ้น

น้ำเกลือล้างหน้า

แล้วมันใช้รักษาสิวได้จริงหรือ?

น้ำเกลือ นอร์มอล ซาลิน โซลูชั่น ที่เห็นสาวๆ นิยมใช้กันนั้น มันสามารถช่วยลดอาการติดเชื้อได้ แต่ก็ไม่มีสามารถฆ่าเชื้อต่างๆ ได้ อย่างที่เรารู้สึกตอนที่ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ เราจะไม่แสบ เพราะฉะนั้นแล้วแน่นอนว่ามันไม่สามารถรักษาสิวได้ในทางตรง

แต่ว่าในทางอ้อมนั้นสามารถนำมาทำความสะอาดใบหน้าได้ดี โดยเฉพาะคนที่แพ้น้ำประปา ทำให้ผิวหน้าลดการระคายเคือง สะอาด ลดการติดเชื้อ และสมานแผลได้เร็วกว่าปกติ ก็ถือว่ามีข้อดีสำหรับคนที่เป็นสิวถึงจะไม่ใช่ทางตรงก็เถอะ

การล้างหน้าด้วยน้ำเกลือ

ข้อแนะนำ การใช้นำเกลือน้ำเกลือล้างหน้านั้นสามารถทำเองได้ แต่ว่าเมื่อเปิดใช้งานแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน ถ้าเกิน 1 เดือนไปแล้วให้ทิ้งได้เลย เพราะว่าในน้ำเกลือนั้นอาจมีเชื้อโรคเข้าไปอยู่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. https://www.sanook.com/health/2299/

ล้างครีมกันแดด ล้างเครื่องสำอาง ล้างแบบหมดจด Everything

ล้างครีมกันแดด ล้างเครื่องสำอาง ล้างแบบหมดจด Everything

ล้างครีมกันแดด ล้างเครื่องสำอาง ล้างแบบหมดจด Everything เป็นกันบ้างไหม เวลาล้างหน้ามันล้างออกไม่หมด ล้างยังไงก็ไม่สะอาดเครื่องสำอางครีมกันแดด และอะไรมากมาย มลภาวะยิ่งแล้วใหญ่

แบบนี้บนใบหน้าก็มีสิ่งสกปรกตกค้าง ผิวหน้าก็ไม่เรียบเนียนใส โอ้ย ปวดใจจริง ๆ แต่ไม่เป็นไร เพราะว่าวันนี้ เราจะมาบอกถึงวิธีเลือกผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในการล้างหน้า เพื่อคืนความขาวใส ไร้สิว ล้างครีมกันแดด ล้างเครื่องสำอาง ล้างแบบหมดจด Everything — ล้างครีมกันแดด

วิธีล้างครีมกันแดด

ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ดี

แน่นอนว่าต้องทำความสะอาดได้หมดจด ทั้งเครื่องสำอาง ครีมกัน และสิ่งสกปรกต่างๆ แต่ว่าเพียงแค่นั้นอาจจะยังไม่พอ ในผลิตภัณฑ์ล้างหน้าบางยี่ห้อทำให้เราผิวหน้าแห้งตึง

โดยเฉพาะประเภทที่มีสครับ โฟล หรือ เจลล้างหน้าประเภทไม่ควรใช้บ่อย แค่ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว ทางที่ดีควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนต่อผิว ไม่มีน้ำหอม เพื่อจะไม่เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง

ครีมกันแดด กันน้ำ

การล้างหน้าด้วยสบู่

หลายคนยังคงล้างหน้าด้วยสบู่อยู่เช่นเคย เพราะว่าง่าย แต่นั่นคือสิ่งที่ผิด แม้ว่าสบู่จะสามารถล้างไขมันออกได้อย่างหมดจด แต่ว่าเครื่องสำอางที่เกาะติดใบหน้านั้นล้างออกได้ยาก

และสบู่ยังเป็นด่าง ซึ่งจะทำให้ผิวหน้าเป็นชื่นชอบของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว และที่สำคัญสบู่ยังทำให้ใบหน้าแห้งจนเกินไป และอาจเกิดการระคานเคืองได้ง่าย

การเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าให้เหมาะกับผิว

สบู่ล้างครีมกันแดด กันน้ำ

1.สบู่สังเคราะห์

สบู่ประเภทนี้จะทำขึ้นมาโดยให้มีค่า pH ที่เหมาะสมกับผิวหน้า สบู่สังเคราะห์สามารถใช้ล้างหน้าได้ดีกว่าสบู่ทั่วไป เพราะว่านอกจากจะช่วยให้ล้างหน้าได้อย่างสะอาดแล้วยังไม่ทำให้ผิวแห้ง และเพิ่มความชุ่มชื้นได้ในบางยี่ห้อ

2.โลชั่น หรือออยล์เช็ดเครื่องสำอาง

โลชั่น หรืออยล์ เหล่านี้ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ล้าง หรือเช็ดเครื่องสำอางโดยเฉพาะซึ่งมีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อให้สามารถทำความสะอาดได้ลึกล้ำมากยิ่งขึ้น อยากจะแนะนำสำหรับคนที่มีผิวแห้ง ถึงแห้งมาก ใช้ cleansing oil ของ L’Occitane ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ไม่อย่างนั้นก็ใช้ โลชั่นล้างหน้าของนีเวีย ราคาเบาๆ แต่คุณภาพเกินตัว

3.ครีมทำความสะอาด

เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าในลักษณะครีม เช่นเดียวกับออยล์ หรือว่าโลชั่น คุณสมบัติคล้ายกัน โดยจะพิเศษกว่าตรงที่ใช้สำหรับคนที่แต่งหน้าจัด เพราะว่ามีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดสูงกว่า แต่ใครไม่ค่อยแต่งหน้า หรือแต่งหน้าบางก็ไม่ต้องใช้ตัวนะ ไม่ต้องคิดว่าใช้แล้วจะดีกว่า สำหรับเราๆ ที่แต่งหน้าน้อยๆ ใช้แบบโลชั่น หรือออยล์นั่นแหละดีแล้ว

4.โลชั่นเช็ดหน้า

จริงๆ แล้วมีหลายคนชอบวิธีนี้นะ แต่เราเองเลือกที่จะล้างหน้าดีกว่า เพราะว่าให้ความรู้สึกว่าสะอาดมากกว่า แต่ใครที่ต้องการความเร่งรีบ หรือว่าไม่มีเวลา ก็สามารถใช้โลชั่นเช็ดหน้าได้เช่นกัน แต่ขอแนะนำว่าควรเลือกที่ไม่ส่วนผสมของแอลกอฮอล์นะ

5.Facial scrubbers

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ที่ไม่ใช่เพียงทำความสะอาดได้อย่างยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ว่ายังช่วยขัดลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือสครับหน้าได้อีกด้วย แต่ว่าขอแนะไม่ควรใช้เกินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

6.ข้อแนะนำ

สำหรับคนที่ผิวแห้งความเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแบบที่มีไขมันเป็นส่วนผสมสักหน่อย พยายามอย่าไปถู ขัด โดยใช้แรงมากเกินไประหว่างเช็ด หรือล้างหน้า เพราะโดนธรรมชาติแล้วผิวของเราทุกคนบอบบางมาก

และความเลือกสูตรอ่อนโยนเพื่อการถนอมผิวให้มากที่สุด การล้างหน้าในตอนเช้าเราไม่จำเป็นต้องใช้อะไรมากมาย บางคนใช้เพียงน้ำสะอาดก็พอแล้ว

แต่ว่าเพื่อความสะอาดมากยิ่งขึ้นคุณอาจจะใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวประเภท soapless cleanser ก็ได้ ส่วนในตอนเย็น หรือหลังจากกลับมาที่บ้าน สำหรับคนที่แต่งหน้าจัด อาจจะใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดทำความสะอาดผิวหน้าก่อนการล้างก็ได้

ล้างครีมกันแดด ล้างเครื่องสำอาง

วิธีล้างเครื่องสำอางให้หมดจด

สำหรับหลายคนที่แต่งหน้าคงจะล้างออกยากมาก และยิ่งคนที่แต่งหน้าจัดเรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาระดับชาติ เพราะฉะนั้นแล้วเราต้องมาเรียนรู้วิธีการทำความสะอาดผิวหน้าให้ถูกต้องกันนะ [ ครีมกันแดดหน้ามัน ]

1.ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางทาบริเวณใบหน้า และเริ่มนวดเบา เพื่อให้ซึบซาบเข้าสู่เครื่องสำอางและง่ายต่อการล้างออก

2.การเลือกเครื่องสำอางมาใช้ควรเลือกประเภทที่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ละลายน้ำได้ดี

3.ควรเบามือเวลาเช็ดเครื่องสำอาง หรือขณะล้างเครื่องสำอางเพื่อให้ผลกระทบต่อผิวให้น้อยมากที่สุด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=rumpuey&month=15-11-2007&group=28&gblog=36

กันแดดรองพื้น 9 ไอเทมที่ผู้หญิงทุกคนควรมีติดกระเป๋า

กันแดดรองพื้น 9 ไอเทมที่ผู้หญิงทุกคนควรมีติดกระเป๋า

กันแดดรองพื้น 9 ไอเทมที่ผู้หญิงทุกคนควรมีติดกระเป๋า รองพื้นไอเทมที่สาวๆ ทุกคนบนโลกต้องใช้ (หรืออาจะมีบางไม่ใช้) และครีมกันแดดไอเทมที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด

โดยเฉพาะแดดเมืองไทยที่ร้อนแรงเกินจะทน ถ้า 2 ไอเทมนี้มารวมกันในชิ้นเดียว มันจะดีงามขนาดไหน ใครที่อยากได้ไอเทมกันแดดรองพื้นชิ้นพิเศษ ตามมาทางนี้ได้เลย เราจะพาคุณมาพบกับ กันแดดรองพื้น 10 ไอเทมที่ผู้หญิงทุกคนควรมีติดกระเป๋า — กันแดดรองพื้น

กันแดดรองพื้น Cut Press

1 . กันแดดรองพื้น Cute Press SPF50+ PA++++

ไม่รู้ว่าจะมีเครื่อง + ไปไหนมากมาย แต่นั่นก็บอกได้ถึงการปกป้องอย่างเหนือชั้นในทุกสภาวะแสงแดด แม้แดดเมืองไทยจะร้อนแรงขนาดไหน Cute Press SPF50+ PA++++ เอาอยู่แน่นอน จากช้อปคิวท์เพรส

กันแดดด้วยแคปซูลที่มีขนาดของอณูเล็กมากๆ ป้องกัน UVB และ UVA1/2 นอกจากนี้ยังพิเศษด้วย สารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาล และวิตามินซี ช่วยปรับสภาพผิวหน้าให้ขาวใส ไร้สิว ลดจุดด่างดำ คุมความมัน ปริมาณ 30 มิลลิลิตร ราคา 379 บาท

กันแดดผสมรองพื้น

2 . กันแดดรองพื้น Minus-Sun SPF 40 PA+++

Minus-Sun มาในสูตรใหม่แบบ Facial Sun Protection SPF 40 PA+++ คุณอาจจะคิดว่าเพียงแค่ค่า SPF 40 PA+++ จะกันแดดเมืองไทยได้เหรอ บอกเลยว่าเอาอยู่แน่นอน และเนื้อรองพื้นที่เรียบเนียน ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้แล้วเพิ่มความขาวถึง 2 ระดับดีต่อใจ ใครก็ชอบ ปริมาณ 25 กรัม ราคา 250 บาท

ครีมกันแดดรองพื้น

3 .กันแดดรองพื้น BIORE UV SPF50+ PA++++

กันแดดรองพื้นอีกหนึ่งตัวที่มีเครื่องหมาย + มากกว่า 3 อัน BIORE UV SPF50+ PA++++ เพิ่มส่วนผสมพิเศษของรองพื้นแบบ CC ควบคุมความมัน พร้อมกับกันแดดไปในตัว อยู่ได้ตบอดทั้งวัน ไม่ต้องเติมซ้ำ และ SPF50+ PA++++ ช่วยป้องกันแสงแดด ขนาด 30 มิลลิลิตร ราคา 250 บาท

รองพื้นกันแดด

4. กันแดดรองพื้น BB Care UV Shield SPF 50 PA+++

BB Care ส่วนผสมของรองพื้นเนื้อบางเบา และ SPF 50 PA+++ไม่ทำให้ระคายเคืองต่อผิว เนื้อรองพื้นละเอียดนุ่มนวล เหมาะสำหรับสาวๆที่ผิวแพ้ง่าย ผสมสารสกัดจากเมล็ดแอปเปิ้ล และวิตามินอี ที่ใช้ใช้นวัตกรรม lightening effect dab ช่วยดูแลดูผิวหน้าให้อ่อนเยาว์ ลดเลือนริ้วรอยหมองคล้ำ สู้แดดได้ตลอดทั้งวันแน่นอน ปริมาณ 30 กรัม ราคา 530 บาท

กันแดดผสมรองพื้นสีเบส

5 . กันแดดที่รองพื้น Eucerin SPF 50+

Eucerin SPF 50+ ไอเทมตัวสุดท้ายที่อยากแนะนำ ถือว่าเป็นอีกตัวที่ติดอันดับของเรา เพราะว่าได้รับความนิยมอย่างมาก ที่ให้ค่า SPF50+ ทำให้ผิวของคุณปลอดภัยจากแสงแดดได้ตลอดทั้งวัน เนื่อรองพื้นดีงามไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดสิวอุดตัน ด้วยส่วนผสมของ ลิโคไลซา ออกซิแดนท์ ฟิลเตอร์ จะช่วยให้ผิวของคุณลดภาวะแบคทีเรียสะสม ไม่ทำให้เกิดสิวบนใบหน้า ปริมาณ 50 มิลลิลิตร ราคา 1,440 บาท

รีวิวกันแดดรองพื้น

6 . กันแดดรองพื้น L’Oréal SPF50+ PA+++

จากแบรนด์ชื่อดัง L’Oréal เนื้อครีมกันแดดสูตร BB โลชั่น ปกป้องผิวได้ดีไม่ให้รังสียูวีเข้ามาทำร้ายผิวอันบอบบาง ปกปิดรอบต่างได้ทุกผิว ป้องกันแสงแดดได้ยาวนาน 12 ชั่วโมง เนื้อครีมมีความเนียนละเอียด ไม่มัน ไม่เงา ไม่แพ้ ไม่เกิดสิว ใช้ง่ายสบายๆ ตลอดวัน ปริมาณ 30 มิลลิลิตร ราคา 329 บาท

กันแดดรองพื้นเซเว่น

7 . กันแดดรองพื้น ANESSA SPF50++ PA+++

ANESSA SPF50++ PA+++ ที่ผสมผสานคอลลาเจน และรองพื้นสูตร BB SPF50++ PA+++ เอาไว้ในตัวเดียว ช่วยปกป้องผิวของคุณจาก รังยูวีเอ ยูวีบี พร้อมบำรุงผิวของล้ำลึก ปริมาณ 30 กรัม ราคา 1,300 บาท

ครีมกันแดดผสมรองพื้นสีเนื้อ

8 . กันแดดรองพื้น Skinfood SPF 20

Skinfood สูตร Aloe Sunscreen ที่มาพร้อมการปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF 20 ในเนื้อครีมแบบ BB Cream ปกป้องยาวนาน 6 ชั่วโมง สูตรธรรมชาติ ใครที่ชอบแนวเกาหลี ตัวนี้รับรองว่าโดนใจแน่นอน ปริมาณ 50 มิลลิลิตร ราคา 297 บาท

ครีมกันแดดผสมรองพื้นสีเบส

9 . กันแดด รองพื้น PhD SPF50+PA+++

PhD SPF50+PA+++ ไม่ว่าสภาพผิวของคุณจะเป็นแบบไหน คุณก็สามารถใช้ได้อย่างไม่ต้องกังวล พร้อมกันเหงื่อ กันน้ำ ท้าแดด ท้าลม ตลอดวัน ไม่มีหวั่น ปกป้องยาวนานต่อเนื่องถึง 12 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยีเอนแคปซูเรชั่น ปริมาณ 50 มิลลิลิตร ราคา 990 บาท

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. https://bkkbeauty.com/ครีมกันแดดผสมรองพื้น/

วิธีลดเหนียงใต้คาง 10 วิธี เด็ด ระเบิดพลัง เอาจริงได้แล้ว

วิธีลดเหนียงใต้คาง 10 วิธี เด็ด ระเบิดพลัง เอาจริงได้แล้ว

วิธีลดเหนียงใต้คาง 10 วิธี เด็ด ระเบิดพลัง เอาจริงได้แล้ว เราไม่ได้อ้วนเลยนะ แต่ทำไม่เราต้องมีเหนียงใต้คางด้วย T-T ถ่ายรูปทีไรอยากจะร้องไห้ มันกลมไปทั้งหน้าเลย ทำยังไงดี Help me pleasa !!!
เหนียงใต้คาง สาเหตุการเกิดจาก…

ไขมันตัวร้ายที่เริ่มสะสมกันมากขึ้นเมื่อเราอายุได้ 30 มันจะอยู่ที่บริเวณใต้คางทำให้เราคางของเรา คล้ายคางหมู ยิ่งเราปล่อยตัวเรื่องการกิน แลไม่ออกกำลังมากเท่าไหร่คางหมูจะยิ่งได้ใจ สะสมไขมันจนทำให้กลายเป็นเหนียง 3 ชั้น เราเลยต้องเรียนรู้วิธีแก้ไข — วิธีลดเหนียงใต้คาง

วิธีลดเหนียงใต้คาง 25 วิธี เด็ด ระเบิดพลัง เอาจริงได้แล้ว

ออกกำลังกายลดเหนียง

1.ออกกำลังกาย

ออกกำลังกายได้ผลดีกับร่างกายทุกสัดส่วน สลายไขมันส่วนเกิน ลดเหนียงได้คางอย่างได้ผลแบบธรรมชาติ เพิ่มความกระชับเต่งตึง ลดน้ำหนักตัว แต่ว่าใครที่ออกกำลังกายแล้วเหนียงใต้คางไม่หาย

ขอแนะนำให้ออกกำลังกายเฉพาะส่วน เช่นอยากได้ต้นขาก็ไปวิ่ง อยากได้กล้ามท้องก็ซิทอัพ และใครอยากลดเหนียงใต้คางก็ บริหารบริเวณคอ เช่น เคี้ยวหมากฝรั่ง แต่หลายคนไม่ค่อยชอบทำเพราะว่าเสียบุคลิก และทำมากกรามจะใหญ่ 555

ไข่ขาวลดเหนียง

2.ไข่ขาวช่วยได้

ไข่ขาวช่วยได้ ใช้เฉพาะไข่ขาวอย่างเดียว นำมาทาบริเวณใต้คาง นวดๆ วนไปถึงกกหู แล้วดันคางค้างไว้ประมาณ 15 นาที อาจจะเมื่อยสักหน่อย จากนั้นล้างออก ให้ทำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

โบทอกซ์ลดเหนียง

3.โบทอกซ์

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความนิยมของการลดเหนียงใต้คาง เพราะว่าได้ผลเร็วมาก โดยใช้วิธีเดียวกันกับฉีดโบทอกซ์ลิฟต์หน้า แต่เฉพาะสำหรับคนที่มีเหนียงไม่มากนัก การฉีดโบทอกซ์สลายไขมันใต้คาง คือการลดเซลลูไลต์ส่วนเกินเฉพาะที่ ตัวยาจะเข้าไปสลายไขมัน ต้องทำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ทำ 2-3 ถึงจะเห็นผลอย่างชัดเจน

ร้อยไหมลดเหนียง

4.ร้อยไหมลดเหนียง

อีกวิธีหนึ่งของการศัลยกรรมที่ได้ผลไว เห็นผลชัดเจน นั่นคือการ ร้อยไหมลดเหนียงใต้คางโดยการใช้เข็มที่มีเส้นไหมร้อยเข้าไปใต้ผิวหนัง เก็บคาง กระชับร่องแก้ม ซึ่งเป็นไหมที่เส้นเล็กมาก ไม่มีผลข้างเคียง ไหมจะละลายไปเอง ช่วยดึงผิวขึ้นตามแนว

ดูดไขมันใต้คาง

5.ดูดไขมันใต้คาง

การดูดสลายไขมัน เพื่อให้ไขมันเกิดการแตกตัวจึงสามารถดูดออกมาได้โดยง่าย ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อ เห็นความแตกต่างได้ค่อนข้างชัดเจน อาจจะมีค่าใช้จ่ายสูงสักหน่อย ประมาณ 3 หมื่นบาท ต่อครั้ง

เทอร์มาจลดเหนียง

6.เทอร์มาจ

เทอร์มาจ คือหลักการสลายไขมันใต้คางโดยใช้ คลื่นวิทยุ (RF) เพื่อให้ผิวหนังหดตัว กระชับ โดยไม่ต้องมีการผ่าตัดให้ตกยางออก ไม่มีแผลเป็น และที่สำคัญทำครั้งเดียวเห็นผลได้เลย เลยเป็นที่นิยมอย่างมาก

แต่เมื่อเป็นวิธีที่ดีงามขนาดนี้ ราคามันก็เลยสูงตาม เพราะว่าค่าใช้จ่ายต่อ 1 ครั้งสูงถึง 5 หมื่นบาท เป็นอย่างน้อย อยากดูดีก็ต้องลงทุนกันหน่อย

ท่าบริหารลดเหนียง

7.ท่าบริหารลดเหนียง วิธีที่ 1

ตั้งศีรษะให้ตรง จากนั้นเงยหน้าจนสุด จะรู้สึกว่าบริเวณลำคอจะมีความตรง แล้วนับ 1 – 5 แล้วก็ก้มลงให้ต่ำสุด เกร็งคอไว้แล้วนับ 1 – 15 ทำแบบนี้ทุกวัน 15 – 20 รอบ จะช่วยลดไขมันใต้คางได้ดี

8.ท่าบริหารลดเหนียง วิธีที่ 2

ก้มจนคางชิดลำคอเกร็งไว้ แล้วหันเอาคางไปชิดทางขวา เกร็งไว้ จากนั้นก็เอาคางไปชิดด้านซ้ายเกร็งไว้ ทำแบบนี้เรียกว่า 1 รอบ ทำอย่างน้อย 20 รอบ วันละ 3 ครั้ง

9.ท่าบริหารลดเหนียง วิธีที่ 3

หมุนคอช้า เริ่มจากตั้งหน้าตรง หันขวาช้าๆ กลับมาหน้าตรงแล้วหันซ้ายช้าๆแล้วกลับมาหน้าตรง จากนั้นหมุนคอช้าๆ หมุนวนไปมา ทั้งจากทางซ้าย และขวา ทำแบบนี้วันละ 15 รอบ

10.ท่าบริหารลดเหนียง วิธีที่ 4

ยืนในท่าที่สบายที่สุด เงยหน้าขึ้นจนรู้สึกตึงที่คอ จากนั้นยกริมฝีผากล่างมางับที่ริมฝีปากบน เกร็งค้างไว้ 10 วินาที แล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้นอีกครั้ง ทำแบบนี้วันละ 10-30 ครั้ง แบ่งเป็นเซ็ต เซ็ตละ 3 รอบต่อวัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. https://medthai.com/วิธีลดเหนียงใต้คาง/

รองพื้นคุมมัน 7 ยี่ห้อ ขั้นเทพ ถูก และดี ยังมีอยู่ในโลก

รองพื้นคุมมัน 7 ยี่ห้อ ขั้นเทพ ถูก และดี ยังมีอยู่ในโลก

รองพื้นคุมมัน 7 ยี่ห้อ ขั้นเทพ ถูก และดี ยังมีอยู่ในโลก รองพื้น จุดเริ่มต้นของความสวยใส เปลี่ยนสาวหน้าสดให้เกิดความมั่น หน้าปัง ไปไหนก็มั่น ไปไหนก็เชิด สวยไม่สนใจใคร ตัวแม่ได้ทุกสถานการณ์

แต่รองพื้นระดับเทพที่ขึ้นชื่อว่าของดีมันก็ต้องมีราคาที่แพงจนน้ำตาตก แบบนี้สำหรับสาย SAVE จะต้องทำยัง วันนี้เราเลยอยากจะมาแนะ รองพื้นคุมมัน 7 ยี่ห้อ ขั้นเทพ ถูก และดี ยังมีอยู่ในโลก — รองพื้นคุมมัน

รองพื้นคุมมันที่ดีที่สุด

1.Revlon Colorstay ราคา 550 บาท

เจ้าของตำนานรองพื้นอย่าง Revlon Colorstay แน่นอนว่าจะต้องติดอันดับของเราอยู่แล้วด้วยราคาเบาๆ ที่ 550 บาทเท่านั้น มาพร้อมกับร้องพื้นฝาดำเข้ม ใช้กันทั้งบ้านทั้งเมือง

เพราะว่าติดทนนานมาก ไม่ว่าจะน้ำ เหงื่อ แดด ลม ฝน Revlon Colorstay เอาอยู่ ยิ่งเหล่านักศึกษาที่ต้องงรับปริญญา บอกเลยว่าใช้กันทุกคน เพราะอยู่ทน อยู่นานตลอดทั้งวัน บิวตี้บล็อกเกอร์ ใช้กันเป็นประจำ รีวิวเพียบ แนะนำว่าใครจะใช้ขอให้เกลี่ยบางๆ ก็พอนะ เพราะว่าเนื้อหนามาก

รีวิวรองพื้น

2.Essence Stay All Day 16 h Long-Lasting Make-up ราคา 250 บาท

ด้วยการการันตรีติดทนนานยาว 16 ชั่วโมง บิวตี้บล็อกเกอร์หลายคนจึงแนะนำตัวนี้ Essence Stay All Day 16 h Long-Lasting Make-up คุมมันยาวนาน ไม่ต้องกลัวแม้ว่าจะหลงป่า หรือลืมล้างหน้า ตื่นขึ้นมาหน้าก็เป๊ะ ความคุมความมัน ปกปิดทุกริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติ ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างชิลๆ ไม่หนักหน้า ราคาก็เบาเหลือเกิน เพียงแค่ 250 เท่านั้นเอง

รองพื้นยี่ห้อไหนดี

3.KMA water resist liquid foundation (Oil free) ราคา 390 บาท

อีกตัวที่เราอยากแนะนำ รองพื้นยอดนิยมขวัญใจบิวตี้บล็อกเกอร์ KMA water resist liquid foundation เนื้อครีมแห้งเร็ว ไวเวอร์ คุมความมันแบบเอาอยู่ของจริง ไม่ได้โม้ เนื้อครีมบางเบา ไม่เหนียว ไม่โบ๊ะ หน้าไม่เยิ้มระหว่างวัน ปกปิดดีมาก ราคาก็เบาๆ 390 บาท เท่านั้น

รองพื้นคุมหน้ามันยี่ห้อไหนดี

4.Maybelline dream satin skin SPF24 pa++ ราคา 449 บาท

ไม่ถึง 450 เพราะว่า 449 บาท เพื่อ ? ราคากลางๆ แต่คุณภาพอันแน่นกับ รองพื้น Maybelline dream satin skin SPF24 pa++ จากเมย์เบลลีน เนื้อละเอียดละมุมมาก เรื่องจริง เกลี่ยง่าย เรียบเนียนกริบ ปกปิดได้ทุกอย่าง ริ้วรอย จุดด่างดำ รอยหมองคล้ำ พลานุภาพสูงมาก

จริงๆ เราเป็นแฟนคลับแบรนด์นี้นะ พร้อมกันแดดด้วย SPF24 pa++ กันแดดอย่างเพอเฟค และยังบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นด้วยเซรั่ม ที่สำคัญเหมาะกับสาวไทยทุกสีผิว และมีหลายเฉดสีให้เลือกเยอะมากๆ รับรองว่าโดนใจแน่นอน แนะนำจากใจเลยตัวนี้

รีวิวรองพื้นคุมหน้ามัน

5.L’Oreal True Match Liquid Foundation ราคา 339 บาท

รองพื้นเบาๆ ไม่หนักหน้า กับวันสวยๆ สะบัดบ๊อบ 555+ ใครที่ชอบแนวใสๆ เนื้อบางๆ ต้องตัวนี้ L’Oreal True Match Liquid Foundation ไม่วอก ไม่หนา มอบความชุ่มชื้น ขนาดว่ารู้สึกร้อนยังสามารถฉีดสเปร์ยบำรุงหน้าระหว่างวันได้

รองพื้นก็ไม่หายไปไหน ไม่ทิ้งคราบ แถมยังมีมี SPF กันแดดได้นิดหน่อย คุมมันได้แต่ไม่เยอะมาก เพราะว่าเน้นที่การแต่งบางๆ แบบใสๆ แบ๋วๆ มากกว่า แบบที่ไม่ต้องออกกิจกรรมกลางแจ้งมากนัก เรื่องชื่อเสียงไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว ราคาก็เบาๆ เนอะ 339 บาท เท่านั้น ^–^ ยิ้ม

ลดหน้ามันด้วยรองพื้น

6.Bourjois Healthy Mix Foundation ราคา 525 บาท

สวยๆ งามๆ กับ รองพื้น Bourjois Healthy Mix Foundation สัญชาติฝรั่งเศส ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ งามๆ อย่างมีคุณค่าแบบออริจินัล เนเชอรัล ทั้งแอปริคอท เมลอน แอปเปิ้ล รวมอะไรมากมายได้อีกเยอะ

นอกจากจะช่วยปกปิดสภาพผิวที่ผ่านสงครามาอย่างโชกโชนได้แล้ว ยังบำรุงผิวกระจ่างใส คืนความอ่อนเยาว์ พร้อมกับกลิ่นหอมสดชื่น บอกเลยว่าดีต่อใจมากมาย แต่ราคาจะอัพขึ้นมาสักหน่อย 525 บาท ยังไหวอยู่

รองพื้นลดหน้ามัน

7.Catrice All Matt Plus Shine Control Make Up ราคา 379 บาท

แบรนด์นอกจาก เยอรมันเลอค่ากับ Catrice All Matt Plus Shine Control Make Up สูตรไม่มีน้ำมัน เพราะฉะนั้นจึงเป็นรองพื้นที่เนื้อเบามาก มากจริงๆ ไม่เชื่อต้องลองเอง ปกปิดได้ดี แต่ที่เด่นคือเรื่องความคุมความมันบนใบหน้า อันนี้ให้ 5 ดาว ตัวนี้สำหรับคนที่มีสภาวะผิวไม่มีร่องรอยมากเกินไป จะเหมาะมากราคาก็อยู่ที่ 379 บาท จัดได้เลย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://daily.rabbit.co.th/7-รองพื้นถูกและดี-คุมมัน

โรงงานผลิตเครื่องสำอาง 9 แห่ง สร้างแบรนด์ของตัวเองในราคาประหยัด

โรงงานผลิตเครื่องสำอาง 9 แห่ง สร้างแบรนด์ของตัวเองในราคาประหยัด

โรงงานผลิตเครื่องสำอาง 9 แห่ง สร้างแบรนด์ของตัวเองในราคาประหยัด ในปี 2018 ธุรกิจการขายสินค้าเครื่องสำอาง และสุขภาพ กลายเป็นสิ่งที่สร้างรายได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะการขายผ่านทางโซเชียลมีเดีย

วันนี้หลายคนหันมาจับเป็นอาชีพหลัก และหลายคนกำลังมองหาช่องทาง เพื่อจะสร้างสินค้าของตัวเอง วันนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ 9 โรงงานรับจ้างผลิตเครื่องสำอาง ใครที่อยากมีสินค้าเป็นแบรนด์ของตัวเอง อย่าพลาด !!! — โรงงานผลิตเครื่องสำอาง

โรงงานรับผลิตเครื่องสำอาง

1 . โรงงานรับผลิตเครื่องสำอาง Cuzzutic Co.,Ltd.

Cuzzutic โรงงานรับผลิตเครื่องสำอาง เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานนัก แต่ว่ามีคนให้ความสนใจเยอะมาก เนื่องจากราคาต้นทุนที่ต่ำ เราสามารถสร้างสินค้าของตัวเองได้ในราคาเบาๆ Cuzzutic รับผลิตเครื่องสำอาง และสิค้าความงามทุกประเภท ด้วยการดีไซน์ที่โดดเด่น เจาะกลุ่มตลาดเป้าหมายได้อย่างตรงจุด สามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ที่

www.cuzzutic.com
โทร 061-636-5479
Line @cuzzutic

ผลิตเครื่องสำอาง เกาหลี

2 . ผลิตเครื่องสำอาง Revomed Co.,Ltd.

Revomed โรงงานรับผลิตเครื่องสำอางอีกนึ่งโรงงานผลิตเครื่องสำอางที่คุณไม่ต้องทุนมากนัก ผลิตได้ทุกเกรดทั้งเกรดพรีเมี่ยม และระดับที่ต่ำลงไป ลิปสติก แป้งพัฟ โฟมล้างหน้า ฯลฯ และเป็นอีกหนึ่งโรงงานที่มีคอนเนคชั่นที่ดีกับโรงงานที่เกาหลี ให้ทำแนะนำทุกอย่างที่เกี่ยวกับสร้างแบรนด์ของตัวเอง

www.revomed.co.th
Line : @revomed
โทร 061-662-4242, 02-101-2790

โรงงานเครื่องสำอาง

3 . โรงงานเครื่องสำอาง Bioticon Co.,Ltd.

โรงงานเครื่องสำอาง Bioticon ไม่ได้เพียงแค่เป็นผู้ให้บริการผลิตเครื่องสำอางเท่านั้น แต่ว่ารับผลิตสินค้าสุขภาพ และความงามทุกประเภท ตั้งแต่ขนาดเล็ด ไปจนถึงขนาดใหญ่ และมั่นใจได้ว่าวัตถุของคุณจะมีคุณภาพที่ดีเยี่ยม เนื่องจากมีคอนเนคชั่นกับโรงงานผลิตเครื่องสำอางที่เกาหลี พร้อมดูแลหลังการขาย ในเรื่องของช่องทางการตลาด และการประชาสัมพันธ์

http://bioticon.com
Line : @bioticon
โทร 064-951-5629 , 091-745-9021

ผลิตเครื่องสำอาง

4 .โรงงานผลิตเครื่องสำอาง Shalom Cosmetica (Thailand) Co.,Ltd.

Shalom Cosmetica มีทีมนักวิทยาศาสตร์ และนักเคมีที่เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์เป็นพิเศษ ได้รับมาตรฐาน GMP , FDA, และ HALAL รับผลิตทั้ง ครีม โลชั่น ทั้งผิวหน้า คิดค้นและพัฒนาสูตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สินค้าของคุณแตกต่าง และสรรหาแต่วัตถุดิบชั้นเลิศ พร้อมจัดหาสถานที่ประชาสัมพัธ์ ออกบูท หรือรันคิวการจัดให้อย่างครบครัน

www.shalom-cosmetica.com
Line : @shalomcosmetica
โทร 090-9939011 , 02-525-9838

ผลิตเครื่องสำอางราคาถูก

5 . โรงงานผลิตเครื่องสำอาง Herbal Majestic Co.,Ltd.

Herbal Majestic ปลอดภัย ไว้วางใจได้ 100 % ด้วยมาตรฐานระดับสากล คุณสามารถเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าของตัวเองได้ในราคาต่ำ มีโปรโมชั่นผ่อน 0%ดูแลแบบครบวงจร ด้วยผู้เชี่ยวชาญทั้งจากนักเคมี นักเวชสำอาง และทีมงานการตลาดที่คัดมาพิเศษ

www.herbalmajestic.com
โทร 099-232-4295 , 02-047-9265
Line : @herbalmajestic

โรงงานผลิตเครื่องสำอางไทย

6 . โรงงานผลิตเครื่องสำอาง Kovic Kate International Thailand

Kovic เด่นเป็นพิเศษในเรื่องการผลิตเครื่องสำอางที่เกี่ยวกับการดูแลผิว และใบหน้า รับผลิตอาหาร คอลลาเจน พร้อมการประชาสัมพันธ์ได้ที่จะช่วยให้คุณเปิดได้ง่ายมากขึ้น นอกจากนี้ยังให้บริการจัดทำ อย. ดีไซน์กล่อง ออกบูธอีเว้นท์ การตลาดออนไลน์ ทำให้คุณสามารถกระจายสินค้า และติดตลาดได้อย่างรวดเร็ว

www.kovic.co.th
Line : @kovic
โทร 02 521-7888-9

ทัวร์โรงงานเกาหลี

7 . โรงงานผลิตเครื่องสำอาง Pathawin

Pathawin โดเดน่นในเรื่องการผลิตเครื่องสำอางประเภทครีม Facial Care , Body Care ได้การรับรองจากมาตรฐานสากล ISO 9001 : 2008 ASEAN GMP และ ปลอดภัย มีคุณภาพสูง คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี ทั้งหมดนี้คุณจะได้รับในราคาที่ประหยัดมาก

www.pathawin.com
โทร 02 – 593 – 1637

รับผลิตเครื่องสำอางที่ดีที่สุด

8 . โรงงานผลิตเครื่องสำอาง Skin Innovations Co.,Ltd.

Skin Innovations Co.,Ltd. รับผลิตเครื่องสำอางตั้งแต่ เท้า จรดปลายเส้นผม ครบทุกประเภท ผิวแขน ผิวขา ผิวกาย มีมาตรฐานรองรับทั้ง Good Manufacturing Practice และHalal พร้อมช่วยพัฒนาสูตรต่างๆ ของคุณอย่างมืออาชีพ ด้วยราคาต่ำ ออกแบบบรรจุภัณฑ์เกรดพรีเมี่ยม เว็บไซต์ การประชาสัมพันธ์ครบทุกช่องทาง

www.skin-innovations.co.th
โทร 094-558-9559
Line : @skininnovations

บริษัทผลิตเครื่องสำอาง

9 . บริษัทผลิตเครื่องสำอาง COSMAPROF

บริษัทผลิตเครื่องสำอาง COSMAPROF อีกหนึ่งโรงงานผิตเครื่องสำอางที่โดดเด่นในเรื่องการผลิตครีมโดยเฉพาะ แต่ว่ายังรับผลิตอาหารเสริม และสินค้าสุขภาพ ความงามในหมวดอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าคุณต้องการสินค้าแบบไหน อยากได้แบรนด์ที่มีลักษณะอย่างไร COSMAPROF สามารถจัดทำให้คุณได้ตามต้องการ รวดเร็ว และมีราคาประหยัดมาก

www.cosmaprof.co.th
โทร 02 – 735 – 3311

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. https://brannova.com/โรงงานผลิตครีม/

หน้ามัน 19 วิธีลดหน้ามัน ให้กลับมาเนียนใส ด้วยสิ่งนี้…

หน้ามัน 19 วิธีลดหน้ามัน ให้กลับมาเนียนใส ด้วยสิ่งนี้…

หน้ามัน 19 วิธีลดหน้ามัน ให้กลับมาเนียนใส ด้วยสิ่งนี้… หน้ามัน เชื่อผิวของคนไทยส่วนใหญ่ต้องเจอกับปัญหานี้อย่างแน่นอน และด้วยความที่เป็นเมืองร้อนปัญหานี้จึงแก้ได้ยาก และน่ารำคาญมากที่สุด

แต่วันนี้เรามีเรื่องดีๆ มาบอก เพราะว่าคุณจะสามารถกำจัด หน้ามัน ให้หายไปได้ ด้วย หน้ามัน 26 วิธีลดหน้ามัน ให้กลับมาเนียนใส ด้วยสิ่งนี้… — หน้ามัน

วิตามินเอลดหน้ามัน

1 . เลือกรับประทานอาหารคุมหน้ามัน

สารอาหารสำหรับคนที่หน้ามัน ผิวมันควรจะได้รับมากที่สุดคือ วิตามินเอ และวิตามินบี 2 เพราะว่าหากขาดสองตัวนี้ผิวของคุณจะเพิ่มความมันมากขึ้นไปอีก วิตามินบี 2 จะอยู่ในอาหารประเภท ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี

ส่วนวิตามินเอจะช่วยให้ร่างกายลดกระบวนการผลิตความมัน อยู่ในอาหารประเภท แครอท แคนตาลูป ผักโขม และควรงดรับประทานของมัน ของทอด รวมถึงน้ำตาล น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารที่มีรสจัด

เพราะว่าสิ่งเหล่านี้จะไปเพิ่มการขยายตัวของหลอดเลือด ให้ร่างกายขับเหงื่อออกมามากกว่าปกติ และร่างกายเกิดการขาดน้ำ ผิวของคุณจะมัน ไม่สดใส หมองคล้ำ

ดูแลหน้ามัน

2 . ดื่มน้ำสะอาด

การดื่มน้ำบ่อยสามารถลดอาการหน้ามันได้ แต่ไม่ใช่ดื่มทีละเยอะๆ ในครั้งเดียว คุณควรจิบบ่อยๆ ตลอดวัน ทำให้ผิวเกิดความชุ่มชื่น ช่วยในการขับของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้ดีขึ้น

ป้องกันหน้ามัน

3 . อย่าให้อะไรมาบดบังใบหน้า

เพราะสิ่งเหล่านี้อาจจะสกปรก เช่นเส้นผมโดยเฉพาะพวกที่นิยมใส่เจล จะยิ่งทำให้ไปโดนหน้า และอาจทำให้เกิดสิวได้ง่าย เวลานอนก็เช่นกัน ควรรวบผมไว้ด้านหลัง ยิ่งพวกที่ไม่ค่อยสระผมรับรองว่าตื่นมาหน้าของคุณมันแน่นอน

แดดทำให้หน้ามัน

4 . หลีกเลี่ยงแสงแดด

พยามยามหลีกเลี่ยงแสงแดดให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะแดดเมืองไทยที่โคตรร้อน หากว่ามีกิจกรรมที่ต้องออกแดดจริงๆ แนะนำว่าควรทาครีมกันแดดทุกครั้ง แต่ควรเลือกใช้สูตรบางเบาซึมซาบเร็ว เพื่อลดความมันบนใบหน้า

รักษาหน้ามัน

5 . ทำความสะอาด

ความมันเกิดจากการสะสมของสิ่งสกปรกต่างๆ เราควรล้างทำความสะอาดผิวหน้า แต่ว่าไม่ต้องบ่อยเกินไป ปกติทั่วไปล้างเช้า และเย็น การล้างหน้าบ่อยจะไปกระตุ้นให้ผิวขับความมันออกมากขึ้น

วิธีรักษาหน้ามัน

6.เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าช่วยลดหน้ามัน

สำหรับคนที่มีผิวหน้ามันกว่าคนปกติทั่วไป การเลือกโฟมล้างหน้าควรเลือกที่มีค่า pH เป็นกลาง หรือไปทางกรดเล็กน้อย หรือเลือกที่เป็นสูตรเย็น ช่วยกระชับรูขุมขน สำหรับใครที่ใช้สบู่ล้างหน้าขอให้เลือกซะ เพราะว่าสบู่มีฤทธิ์เป็นด่าง และไม่ควรใช้โฟมล้างหน้าที่มีสครับ เพราะว่าจะไปกระตุ้นความมัน

ทาครีมลดหน้ามัน

7 . ใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้า

ใครที่ต้องการใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้า ควรเลือกที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะหน้ายิ่งแห้ง มันจะยิ่งขับน้ำมันออกมากขึ้นกว่าเดิม ควรโทนเนอร์หลังล้างหน้าทั้งเช้าและเย็น เพื่อช่วยควบคุมความมัน

แพ้หน้ามัน

8 . ใช้ครีมบำรุงผิวที่ปราศจากน้ำมัน

ไม่ว่าคุณจะใช้บำรุงอะไรก็ตาม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างแรกคือต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ชนิดบางเบา ที่ซึมเข้าสู้ผิวอย่างเร็วไม่เหนอะหนะ

หน้ามันทำไงดี

9 . เครื่องสำอางลดหน้ามัน

ควรเลือกเครื่องสำอางประเภทเนื้อแมท รองพื้นควรใช้สูตรน้ำหรือรองพื้นสูตรเจล ทั้งหมดต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ถ้ารองพื้นของคุณมีส่วนผสมของแร่ธาตุ และวิตามินจะดีมาก โดยเฉพาะ ซิงค์ ออกไซด์ และวิตามินซี เพราะว่าแร่ธาตุเหล่านี้จะช่วยควบคุมความมันให้คุณได้อีกระดับ

แก้แพ้หน้ามัน

10 . มาร์คแก้หน้ามัน

การเลือกมาร์คหน้า ควรเลือก ประเภทที่ มีสาร AHA, BHA เพราะจะช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว และกระชับรูขุมขน ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว แต่ไม่ควรใช้มากจนเกินไป ควรใช้แค่สัปดาห์ละ 2 ครั้ง หรือจะเลือกสมุนไพรก็ได้เช่นกัน ได้แก่ ขมิ้น และมะขามเปียก เป็นต้น

มาส์กหน้าลดหน้ามัน

11 . สูตรมาส์กหน้าลดหน้ามัน

สูตรนี้คุณสามารถทำเองได้ง่ายๆ เพียงนำส่วนผสมต่างๆ มาผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาทีจากนั้นก็ล้างออกด้วยนำสะอาด น้ำมะนาว 1 ช้อนชา , ไข่ขาว 1 ฟอง , แตงกวาอีกลูก และ สะระแหน่

ลดหน้ามันกับมาส์กหน้า

12 . สูตรมาส์กหน้ามะเขือเทศ

บดมะเขือเทศจนละเอียดแล้วนำมาทาหน้าทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นล้างออก จะช่วยควบคุมความมันได้ดี และผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส สามารถทำได้สัปดาห์ 3 ครั้ง

สูตรลดหน้ามัน

14 . สูตรแก้หน้ามัน มะนาว + มะเขือเทศ + ข้าวโอ๊ต

นำ มะนาว + มะเขือเทศ + ข้าวโอ๊ต มาผสมให้เข้ากันทาทิ้งไว้บนหน้าประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

คุมมันบนหน้า

15 . แก้หน้ามันด้วยสูตร ข้าวโอ๊ต + น้ำมันมะกอก + น้ำมะนาว

ใช้ข้าวโอ๊ตบด ตามด้วยน้ำมะนาว และน้ำมันมะกอกนิดหน่อยเพียงแค่หยดสองหยดก็พอ เพื่อให้ทุกอย่างข้นเข้าที่ จากนั้นนำมาขัดหน้าเบาๆ แล้วล้างออก

สูตรแก้หน้ามัน

16  . คุมหน้ามันด้วย น้ำมะนาว

สามารถใช้น้ำมะนาวสดๆ ได้เลย นำสำลีมาชุบแล้วทาบริเวณใบหน้าได้ แต่ยกเว้นบริเวณรอบดวงตา หากว่าใครมีอาการแสบให้เจือจางด้วยน้ำอุ่น ทำได้อาทิตย์ละ 1 ครั้ง

ผลไม้คุมมัน

18 . สูตรคุมหน้ามัน น้ำเกลือ + เปลือกมะนาว

อีกหนึ่งสูตรที่ดีงาม และยังคงน้ำมะนาวเช่นเดิม โดยในสูตรนี้เราจะใช้น้ำเกลือด้วย ต้มน้ำเกลือให้เดือดได้ที่ รอให้เย็น เอาหน้าไปอังไอน้ำเกลือเพื่อให้รูขุมขนเปิด จากนั้นเอาย้ำเกลือมาเช็ดหน้ารอจนน้ำเกลือแห้ง และใช้เปลือกมะนาว ขัดหน้าเบาๆ จากนั้นใช้นำเกลือล้างอีกครั้ง แล้วตามด้วยโฟมล้างหน้า จบพิธี

หน้ามันคล็ดลับลด

19 . สูตรลดหน้ามัน แอปเปิ้ล + น้ำผึ้ง

สูตรบางที่อาจจะหาส่วนผสมยากหน่อย ใช้ แอปเปิ้ล 1 ผล + น้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ นำแอปเปิ้ลมาปั่น ใช่ๆ อย่าลืมปลอกเปลือกก่อนแล้วล้างให้สะอาดนะ เมื่อได้แอปเปิ้ลละเอียดแล้ว ให้เอามาผสมกับน้ำผึ้ง พอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นก็ล้างออกให้สะอาด จบพิธี

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. http://www.patcharapa.com/หน้ามัน-วิธีแก้หน้ามัน/