Category

cosmetic

Category

ครีมปรอท 4 วิธีทดสอบครีมปรอท ทดลองแล้วเห็นผลจริงอย่าง แน่นอน

ครีมปรอท 4 วิธีทดสอบครีมปรอท ทดลองแล้วเห็นผลจริงอย่าง แน่นอน

ครีมปรอท 4 วิธีทดสอบครีมปรอท ทดลองแล้วเห็นผลจริงอย่าง แน่นอน อย่างที่เรารู้กันดีว่า สารปรอทนั้นเป็นสารเคมี ที่ค่อนข้างส่งผลกระทบกับร่างกาย สูงเพราะสามารถทำลายระบบเม็ดเลือดของเราได้เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม หลายครั้งเราก็ยังจำเป็นที่จะต้องนำเอาสารอันตรายอย่าง ปรอทมาใช้ในการทำงานบางอย่าง หรือแม้กระทั่งการรักษาโรคบางชนิด แต่ต้องทำภายใต้การควบคุมของแพทย์ อย่างเคร่งครัด — ครีมปรอท

แต่อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ได้นำเอาผลข้างเคียงบางอย่างของบสารปรอทมาใช้ในด้านความงาม ซึ่งผลข้างเคียงนั้น ก็คือ การช่วยฆ่าเชื้อที่ทำให้เกิดสิว และลดการทำงานของเมลานิน ซึ่งเป็นเม็ดสีผิวคล้ำให้น้อยลง ทำให้ผิวหน้าขาวใส ไร้สิวในเวลาที่รวดเร็ว ก่อให้เกิดเป็นครีมปรอท ที่ขายกันตามท้องตลาด ซึ่งหลายเจ้าอาจจะไม่ได้บอกตรงๆ ว่ามีสารอันตราย อันนี้เราก็ต้องตรวจสอบกันเอาเอง โดยวิธีการยอดนิยมที่ใช้ในการตรวจสอบว่า ครีมที่ซื้อมาเป็นครีมปรอท หรือไม่ มีดังนี้

ปรอทครีม

1. ทดสอบกับผิว

วิธีนี้สำหรับคนผิวแพ้ง่าย อยากให้เลี่ยงไปเลยจะดีกว่า แต่ถ้าคุณเชื่อว่าผิวพรรณคุณแข็งแรง ก็น่าลองเหมือนกัน ซึ่งวิธีการทดสอบนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่นำเอาครีมปรอท ทีจะทดสอบมาทาที่บริเวณท้องแขนด้านใน เล็กน้อย แล้วปิดด้วยพลาสเตอร์

จากนั้น ก็นำเอาพลาสเตอร์อีกอันมาปิดที่บริเวณใกล้เคียง ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง แกะพลาสเตอร์ออก ถ้าตรงที่ทาครีมมีสีขาวซีดกว่า ตรงที่ไม่ทาแสดงว่า ครีมที่ซื้อมาเป็นครีมปรอท จริง

ทดสอบครีมปรอท

2. ใช้ผงซักฟอกทดสอบ

เป็นวิธีการยอดนิยมอีกวิธีการหนึ่งทีเดียว ในการช่วยทดสอบว่าครีมที่ซื้อมานั้นเป็น ครีมปรอท หรือไม่ ซึ่งวิธีการ ก็ไม่ยากเลย เพียงแค่ผสมผงซักฟอกกับน้ำให้เป็นเนื้อครีมข้นๆ

จากนั้นนำเอาครีมที่ต้องการทดสอบมาป้ายลงบนกระดาษทิชชู่ แล้วนำเอาผงซักฟอกที่ผสมไว้แล้วมาหยดใส่ ทิ้งไว้สักครู่ หากไม่มีการเปลี่ยนสี แปลว่าครีมนั้นปลอดภัยจากสารปรอท แต่หากมีการเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงิน แสดงว่า นั่นเป็นครีมปรอท

ครีมปรอทเป็นยังไง

3. ทดสอบโดยการนำเอาถูกับทองแท้

วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีทอง แต่ถ้าไม่มีแนะนำให้ข้ามไปเลย ส่วนวิธีการนั้น ก็ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่นำเอาครีมมาป้ายลงบนกระดาษทิชชู่ แล้วนำไปถูกับทองคำแท้ หากถูแล้วเป็นสีดำ แสดงว่ามีสารปรอทในครีมนั้นจริงๆ

วิธีทดสอบครีมปรอท

4. ซื้อชุดทดสอบสารปรอทของกรมวิทยาศาสตร์

แนะนำว่าลองซื้อชุดทดสอบมาใช้ จะให้ผลที่ชัดเจนกว่า แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าปรอท ที่อยู่ในครีมนั้นเป็นปรอทชนิดใด และมีปริมาณมากน้อยแค่ไหน แต่ก็พอที่จะทำให้เราตัดสินใจได้ว่าจะทิ้ง หรือใช้ครีมปรอท กระปุกนั้นต่อไป

เมื่อทดสอบจนทราบแล้ว ว่ามีสารปรอทอยู่ภายในเครื่องสำอาง หลายคนอาจจะบอกว่า ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ใช้มาจนจะหมดแล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่า ผลของการใช้ครีมปรอท นั้นจะเป็นอย่างไร ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว

ครีมปรอทคือ

ผลระยะสั้น สำหรับคนที่อาจจะทำบุญมาดีทำให้คุณเห็นผล ของการใช้ครีมปรอท อย่างรวดเร็ว ทำให้ตัดสินใจว่าจะเลิกใช้ก่อนที่จะสะสมในร่างกายจนเป็นอันตราย แต่อย่างไรก็ตาม อาจจะต้องเสียเวลาในการฟื้นฟูผิวมากพอสมควรทีเดียว

เพราะผลของการแพ้ครีมปรอท แบบรุนแรงที่เห็นได้ชัด คือ จะมีอาการคัน ระคายเคือง และอาจจะเห็นสิวจำนวนมากโผล่ขึ้นมาหลังใช้ได้ไม่นาน นอกจากนี้แล้วหากยังฝืนใช้ เพราะเชื่อคำแม่ค้าว่าเป็นการผลักสิวออกมา แล้วจะหายไปเอง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ก็อาจะทำให้เกิดอาการผิวบาง แสบ แพ้แสง และที่ร้ายที่สุด คือ อาจจะเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าถาวรอีกด้วย

ผลสะสม สำหรับหลายคนที่บอกว่าใช้ครีมปรอท มาตั้งนานไม่เห็นเป็นอะไรเลย นั่นอาจจะเป็นเพราะว่ามีการสะสมของสารปรอทในกระแสเลือด และในผิวของเราไปแล้ว สำหรับผลของการที่ปรอทสะสมในผิว ในช่วงแรกอาจจะเห็นว่า หน้าขาวใสจริง แต่เมื่อเปลี่ยนครีม หรือเลิกใช้ จะเกิดอาการสิวปะทุขึ้นมาเต็มใบหน้า และอาจจะมีอาการอื่นๆ ด้วย เช่น ผิวบาง แพ้ง่ายขึ้นเป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว ในรายที่มีการตั้งครรภ์ แต่ใช้ครีมปรอท อยู่เป็นประจำ ผลของการสะสมของสารปรอท นอกจากจะเกิดกับคุณแล้ว ยังอาจจะส่งผลถึงเด็กในท้องด้วย เพราะสารปรอทจะไปทำลายระบบการไหลเวียนโลหิต และอาจจะทำให้เกิดการพิการ ทั้งทางร่างกาย และสมองสำหรับเด็กที่จะเกิดมาด้วย

จะเห็นได้ว่าครีมปรอท ราคาถูก ที่ขายกันเกลื่อนเมืองนั้น มอบความสวยให้คุณได้ก็จริง แต่เป็นเพียงความสวยชั่วคราว ซึ่งต้องแลกมาด้วยปัญหาสุขภาพในระยะยาว นอกจากนี้แล้ว ยังไม่ได้แค่ส่งผลกับตัวคุณเท่านั้น เพราะอาจจะส่งผลถึงลูกของคุณด้วย ดังนั้น เราแนะนำว่าหากเลี่ยงได้ควรจะเลี่ยงการใช้ครีมที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่มีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัย จาก อย. จะดีกว่า

เพราะครีมเหล่านี้ราคาถูกก็จริง แต่เมื่อมาคำนวณในส่วนของค่ารักษาที่เกิดจากการใช้ครีม บอกได้เลยว่า แพงกว่าเครื่องสำอางเค้าเตอร์แบรนด์ด้วยซ้ำ ดังนั้น บวกเงินเพิ่มเล็กน้อย เพื่อแลกกับความปลอดภัยของทั้งผิวคุณ และสุขภาพ จะดีกว่า เพราะหน้าของคุณมีแค่หน้าเดียว ชีวิตก็เช่นกัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. https://www.dek-d.com/board/view/1746227/
  2. http://www.biohopethai.com/เตือน-ครีมปรอท-ทำให้พัง-ทั้งหน้าและชีวิต
  3. https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_535460

ครีมสเตียรอยด์ 3 สเต็ป แก้หน้าพัง ปังได้อีกครั้ง

ครีมสเตียรอยด์ 3 สเต็ป แก้หน้าพัง ปังได้อีกครั้ง

ครีมสเตียรอยด์ 3 สเต็ป แก้หน้าพัง ปังได้อีกครั้ง ถ้าพูดถึงเครื่องสำอางในปัจจุบันเราจะพบว่ามีมากมายหลายแบรนด์ทีเดียวในท้องตลาดให้เรา ได้เลือกซื้อ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกแบรนด์จะปลอดภัยสำหรับผิวของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์ที่กล้าการันตี 3-7 วันเห็นผล และมีราคาที่ถูกเกินไป ยิ่งถือว่าอันตรายทีเดียว

เพราะอาจจะมีส่วนผสมของสารต้องห้ามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปรอท ไฮโดรควินิน หรือแม้กระทั่งสารสเตียรอยด์ ซึ่งสาที่กล่าวมานั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสารที่มีอันตราย ทั้งต่อผิวพรรณ และต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งครีมสเตียรอยด์ ด้วยแล้วมักจะส่งผลแทบจะในทันที ที่หยุดใช้กันเลยทีเดียว — ครีมสเตียรอยด์

สิวสเตียรอยด์

เพื่อให้ผิวของเราปลอดภัยจากครีมสเตียรอยด์ มาดูกันดีกว่าว่า ครีมเหล่านี้มีลักษณะอย่างไร

รักษาสิวหายได้ใน 7 วัน ในราคาที่ถูกจนน่าตกใจ สำหรับในส่วนของครีมสเตียรอยด์ นั้นมักจะเน้นโฆษณาไปที่การรักษาสิว ให้หายในเวลาที่รวดเร็ว ซึ่งเห็นผลจริงในระยะแรก เนื่องจากสเตียรอยด์ที่อยู่ในครีมจะไปกดไม่ให้สิวปะทุขึ้นมา ทำให้เชื้อสิวยังคงอยู่ภายใต้ผิวหน้าของเรา เพื่อรอวันที่ผิวอ่อนแอ แล้วจึงค่อยผุดขึ้นมาพร้อมกันจำนวนมาก

ครีมมีกลิ่นฉุน หลายเจ้าอ้างว่าครีม ของตนเองทำมาจากสมุนไพร ทำให้มีกลิ่นที่ฉุนรุนแรง แต่จริงๆแล้ว เป็นการแต่งกลิ่น เพื่อกลบกิ่นของสารเคมี เพื่อไม่ผู้บริโภคไม่รู้สึกตัวว่ากำลังใช้ครีมสเตียรอยด์ อยู่นั่นเอง

เนื้อครีมแยกชั้น เมื่อใช้ไปสักพักหนึ่งสำหรับคนที่กำลังใช้ครีมสเตียรอยด์ แนะนำว่าให้ดูว่าเนื้อครีมนั้นยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะครีมที่มีสารสเตียรอยด์นั้น มักจะเกิดการแยกชั้นของเนื้อครีมเมื่อเวลาผ่านไป

เนื้อครีมมีการเปลี่ยนสี ทั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนสีจากสภาพอากาศ เพราะว่าสำหรับครีมสเตียรอยด์ นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างเร็ว และเมื่อมีการสอบถามไปยังเจ้าของผลิตภัณฑ์มักจะมีการอ้างว่า เป็นการเปลี่ยนสีของสมุนไพร เป็นต้น แต่หากพบว่าเนื้อครีมเปลี่ยนสี แนะนำว่าให้ทิ้งดีกว่า ไม่ว่าจะมี หรือไม่มีสารอันตรายก็ตาม เพราะนั่นอาจจะหมายความว่าครีมนั้น หมดอายุ หรือเสื่อมสภาพได้เช่นเดียวกัน

และสำหรับคนที่กำลังมีปัญหาหลังจากที่ใช้ ครีมสเตียรอยด์ เราก็มีเทคนิคในการจัดการกับปัญหาเหล่านี้ เพื่อให้หน้าของคุณกลับมาใสได้เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าวิธีการเหล่านี้อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย ในการฟื้นฟูผิวหน้า แต่รับรองได้เลยว่าผิวของคุณจะกลับมาใสได้อย่างแน่นอน ด้วย 3 สเต็ปต่อไปนี้

หน้ามีสเตียรอยด์

1.หยุดพักหน้า

นอกจากจะเลิกใช้ครีมสเตียรอยด์ แล้ว คุณยังจะต้องหยุดแทบจะทุกอย่างเกี่ยวกับผิวหน้าเลยทีเดียว เพราะอาจจะเป็นการไปทำร้ายผิวเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็น

– การแต่งหน้า เพราะการแต่งหน้าจะทำให้เกิดปัญหาสิวอุดตันจากเครื่องสำอางได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตามหากจำเป็นต้องแต่งหน้าเพื่อไปทำงาน แนะนำว่าให้แต่งอ่อนๆ และเมื่อกลับมาถึงบ้านให้รีบล้างให้สะอาด เพื่อให้ผิวได้พักผ่อน

– งดมาร์ก และสครับผิว อย่างที่รู้กัน การสครับผิว มักจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่ายอยู่แล้ว และยิ่งเมื่ออยู่ในภาวะที่ผิวอ่อนแอกว่าปกติ แทนที่จะเป็นการฟื้นฟูผิว ก็อาจะกลายเป็นการทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัวได้

– งดบีบ หรืแกะสิว เพราะจะทำให้เกิดรอยสิว และริ้วรอยได้ เนื่องจากผิวของเรายังอยู่ในสภาพอ่อนแออย่างถึงที่สุด

สำหรับในส่วนของการหยุดพักหน้าจากครีมสเตียรอยด์ นั้น แต่ละคนอาจจะใช้เวลาไม่เท่ากัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการใช้ครีม และสภาพความอ่อนแอของผิวหน้าด้วย หลายคนอาจจะใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือนก็ลับมาหน้าใส แต่บางคนก็ใช้เวลาเป็นปีเหมือนกัน

แก้แพ้ครีมสเตียรอยด์

2. ดีท๊อกซ์ผิวหน้า

การดีท๊อกซ์ผิวหน้า เราแนะนำให้ใช้สูตรจากธรรมชาติ เช่นการพอกหน้าด้วยไข่ขาวเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อช่วยในการขับพิษของครีมสเตียรอยด์ออกมา จะปลอดภัยกว่า และนอกจากการใช้ไข่ขาวแล้ว

หากต้องการที่จะเติมความชุ่มชื้น หรือต้องการให้หน้าขาวกระจ่างใส ก็อาจะใช้ อย่างอื่นที่มาจากธรรมชาติ เช่น นมสด โยเกิร์ต หรือว่านหางจระเข้ มาพอกที่ผิวหน้าก็ได้เช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้ไม่ควรใช้สิ่งที่อาจจะทำให้แพ้ได้ อย่างมะเขือเทศ หรือมันฝรั่ง ในการพอกหน้าช่วงนี้ เพราะอาจจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้

สเตียรอยด์ครีม

3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้ปลอดภัย

หลังจากที่พักหน้า และดีท๊อกซ์ผิวจากการติดครีมสเตียรอยด์เรียบร้อย ต่อมาก็เป็นในส่วนของการเลือกใช้เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ ต่างๆให้เหมาะสมกับสภาพผิวที่อ่อนแอ โดยมีหลักการในการเลือก ดังนี้

– ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว การทำความสะอาดเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับช่วงนี้ เนื่องจากผิวของเรามีความอ่อนแอจากการใช้ ครีมสเตียรอยด์ มาเป็นระยะเวลานาน โอกาสในการที่จะเกิดสิวมีมากกว่าคนปกติ การเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับการล้างหน้า แนะนำให้เลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิว และควรเลือกแบบที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ที่สำคัญ คือ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่มีความอ่อนโยนเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคืองจากการทำความสะอาด

– บำรุงผิว ให้เน้นเลือกเครื่องสำอาง หรือสกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นหลัก อย่าพึ่งมองหาครีมสำหรับช่วยให้หน้าขาว หรือลบรอยใดๆ ทั้งสิ้น เพราะหากใจร้อนผิวที่ยังไม่ฟื้นฟู อาจจะกลับมาพังได้อีกครั้ง และเช่นเดียวกัน ควรเลือกเป็นสูตรอ่อนโยนจะดีที่สุด

– ครีมกันแดด เพราะผิวหน้าของเราหลังจากที่เจอกับครีมสเตียรอยด์ จะมีความไวต่อแดดมาก การใช้ครีมกันแดดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และแน่นอนว่าควรเลือกครีมกันแดดที่มีเนื้อบางเบา และมีส่วนประกอบที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้

หลายคนอาจจะมองว่ายุ่งยากพอสมควร สำหรับการดูแลผิวหลังจากที่ใช้ครีมสเตียรอยด์ แต่เชื่อเถอะว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุด และปลอดภัยที่สุดในการฟื้นฟูผิวของคุณให้กลับมาสวยได้อีกครั้ง หลังจากที่พัง เพราะพิษสเตียรอยด์อย่างแน่นอน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. http://www.biohopethai.com/กู้หน้าพังจากปรอทและสเตียรอยด์
  2. http://acnedefend.blogspot.com/2014/05/steroids-test.html
  3. https://www.sanook.com/health/4729/

แพ้สเตียรอยด์ 5 อาการสำคัญที่บ่งบอก ต้องระวัง !!!

แพ้สเตียรอยด์ 5 อาการสำคัญที่บ่งบอก ต้องระวัง !!!

แพ้สเตียรอยด์ 5 อาการสำคัญที่บ่งบอก ต้องระวัง !!! ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเจอกับปัญหาสิวปะทุ หน้ามัน แถมเหี่ยวย่นก่อนวัยทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีอะไร แต่จนมาได้ใช้ครีมตามอินเตอร์เน็ต

แล้วบังเอิญว่าครีมนั้นดันหมดพอดี และอาการที่ว่ามาทั้งหมดนั้น ดันเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ไม่แน่ว่าปัญหาผิวของคุณที่กำลังเจออยู่อาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญก็ได้ เพราะอาจจะเป็นสัญญาณที่บอกให้คุณรู้ว่าผิวของคุณนั้นแพ้สเตียรอยด์ อยู่ก็เป็นได้ — แพ้สเตียรอยด์

สเตียรอยด์ คืออะไร

สเตียรอยด์ คืออะไร

ก่อนจะพูดถึงเรื่องของอาการแพ้สเตียรอยด์ เราจะมาเท้าความกันก่อนว่า สตียรอยด์ คืออะไร โดยปกติแล้ว สเตียรอยด์ เป็นสารเคมีที่ร่างกายสามารถที่จะผลิตขึ้นมาเองได้ ผ่านระบบต่อมหมวกไต ซึ่งฤทธิ์ของสเตียรอยด์นั้น มักจะเป็นไปในทางช่วยในการกดภูมิคุ้มกัน ไม่ให้ทำงานได้มากเกินไป จนก่อให้เกิดอาการแพ้ภูมิตัวเอง

ในทางการแพทย์ มักจะมีข้อบ่งชี้ในการใช้สารประเภทนี้ โดยให้ใช้ในระยะเวลาที่เหมาะสม และปริมาณที่ไม่เข้มข้นเกินไป ซึ่งโรคที่จำเป็นต้องใช้สเตียรอยด์ในการรักษา ก็จะเป็นโรคผิวหนังบ่างชนิด แต่การสั่งจ่ายยาจะต้องทำโดยแพทย์ อย่างเคร่งครัดเท่านั้น เพราะในปัจจุบัน ทางองค์การอาหารและยา ได้ระบุให้ สารสเตียรอยด์ เป็นสารอันตราย ห้ามนำไปผสมในเครื่องสำอาง หรือยาต่างๆ โดยพละการ

แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีแม่ค้า และเจ้าของแบรนด์ที่ไร้จรรยาบัญหลายคนได้ฝ่าฝืนข้อปฎิบัติดังกล่าว โดยการแอบผสมสเตียรอยด์ลงในเครื่องสำอาง เพื่อให้ดูเหมือนว่าเห็นผลเร็วขึ้น ซึ่งในจุดนี้เองที่ทำให้ เมื่อหยุดใช้แล้วเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นมา หรือที่เรียกกันว่า เกิดการแพ้สเตียรอยด์ นั่นเอง

โดยอาการของการแพ้สเตียรอยด์ มีดังนี้

หน้ามัน

1. หน้ามันกว่าปกติ

ในส่วนนี้หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยรู้ตัวเท่าไหร่ โดยเฉพาะสำหรับคนที่พื้นผิว เป็นคนผิวมันอยู่แล้ว เมื่อเกิดอาการแพ้สเตียรอยด์ มักจะมองว่าก็ปกติผิวค่อนข้างมันอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเจอปัญหาดังกล่าว จะพบว่ามีผิวมัน มากกว่าปกติ หลังจากหยุดใช้ครีมที่มีส่วยผสมของสเตียรอยด์

ผิวบอบบางแพ้สเตียรอยด์

2. ผิวบาง

คำว่าผิวบางสำหรับเรา นอกจากความบอบบางที่มากขึ้น ยังหมายความถึง การที่ผิวหน้าดูบางลงอย่างเห็นได้ชัด จนสังเกตได้ว่ามองเห็นเส้นเลือดที่ผิวหน้า ซึ่งหากส่องกระจก แล้วเห็นเส้นเลือดแบบชัดๆ ทั้งที่คุณไม่ได้มีผิวขาว ขอให้แน่ใจได้ว่า คุณนั้นแพ้สเตียรอยด์ อย่างแน่นอน

ผิวแพ้สเตียรอยด์ง่าย

3. ผิวแพ้ง่าย

หลายคน เมื่อเลิกใช้ครีม หรือเครื่องสำอาง ที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ อาจจะพบว่า ผิวหน้านั้นแพ้ง่ายมากขึ้น คือ เมือสัมผัสกับฝุ่น หรือความเปลี่ยนแปลงของอากาศ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพียงเล็กน้อยก็มักจะเกิดสิว หรือผดผื่นคันได้ง่ายๆ ซึ่งนั่นถือว่าเป็น อาการสำคัญทีเดียวที่บ่งบอกว่า คุณอาจจะแพ้สเตียรอยด์ ก็เป็นได้

มีสิวสเตียรอยด์ปะทุ จำนวนมาก

4. มีสิวปะทุ จำนวนมาก

ถ้าคุณเคยใช้เครื่องสำอาง อะไร แล้วหน้าใสวิ๊งค์ แต่เมื่อเลือกใช้ กลับพบว่า ค่อยๆ มีสิวนานา ชนิดผุดขึ้นมาตามใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นสิวผด หรือสิวอุดตันต่างๆ ในช่วยเวลาระหว่า 2 สัปดาห์- 1 เดือน

หลังจากหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ขอให้รับรู้ไว้เลย ว่า นั้นอาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมาคุณได้ใช้สินค้าที่มีส่นประกอบของ สเตียรอยด์เข้าแล้ว ซึ่งเมื่อหยุดใช้อย่างกะทันหัน อาจจะทำให้เกิดอาการแพ้สเตียรอยด์ ขึ้นมาได้

ผิวหน้าดูแก่กว่าวัย

5. ผิวหน้าดูแก่กว่าวัย

ในระหว่างของการใช้เครื่องสำอาง ที่มีสารสเตียรอยด์ คุณอาจจะรู้สึกว่า ผิวหน้าขาวใสในเวลารวดเร็ว แต่เมื่อหยุดใช้กลับพบว่า ผิวหน้าของคุณ กลับเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่แย่ลง คือ มีผิวที่หมองคล้ำมากขึ้น ผิวหยาบกร้าน ผิวพรรณไม่ผ่องใส และมีการเหี่ยวย่นเร็วกว่าปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะค่อยๆ มาหลังจากหยุดใช้เครื่องสำอางที่มีสเตียรอยด์ได้ไม่นาน และเป็นอาการที่บอกได้เป็นอย่างดีว่า คุณนั้น แพ้สเตียรอยด์เข้าแล้ว

จะหลีกเลี่ยงอาการแพ้สเตียรอยด์ ได้อย่างไร

สำหรับวิธีการหลีกเลี่ยงการแพ้สเตียรอยด์ ที่ดีที่สุด ก็คือ การเลือกที่จะไม่ใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมขอสเตียรอยด์ ตั้งแต่ต้น นั่นเอง เนื่องจากเมื่อผิวเกิดปัญหาการแพ้สเตียรอยด์ขึ้นมา

มักจะใช้ระยะเวลาในการรักษาที่ค่อนข้างนาน รวมไปถึงยังอาจจะส่งผลต่อบุคลิกภาพของคุณอีกด้วย โดยสำหรับการเลือกซื้อเครื่องสำอาง หากไม่อยากเจอสารสเตียรอยด์ ปลอมปน แนะนำว่า ควรเลือกดังนี้

แพ้ครีมทาหน้าสเตียรอยด์

1. เครื่องสำอางต้องมีที่มาที่ชัดเจน

ทั้งในส่วนของแหล่งผลิต และส่วนประกอบที่สำคัญต่างๆ รวมไงหมายเลขจดแจ้ง ของเครื่องสำอาง ควรจะตรวจสอบได้ ทั้งนี้นอกจากเพื่อเป็นการป้องกันการแพ้สเตียรอยด์ แล้ว การระบุประเภทของส่วนประกอบอย่างชัดเขจน ยังช่วยให้คนที่มีปัญหาผิวแพ้ง่ายได้ตรวจสอบได้ด้วยว่า เครื่องสำอางนั้น ตนเองควรเลือกใช้หรือไม่

หน้าไหม้แพ้ครีมสเตียรอยด์

2. เนื้อครีมไม่ควรเปลี่ยนแปลงง่าย

ในการทดสอบเครื่องสำอางบางอย่าง เราอาจจะเลือกซื้อมาตั้งทิ้งเอาไว้ในอุณหภูมิห้อง เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นการแยกชั้นของเนื้อครีม หรือการเปลี่ยนสี รวมไปถึงเรื่องของกลิ่นด้วย เนื่องจากหากเป็นเครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบของ สเตียรอยด์จริงๆ มักจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในส่วนนี้

สเตียรอยด์

3. ทดสอบโดยเครื่องมือของกระทรวงวิทย์

สำหรับคนที่ชอบลองครีมใหม่ๆ เราแนะนำว่าคุณควรมี ชุดทดสอบสารต้องห้ามต่างๆ ของกระทรวงวิทยาศาสตร์การแพทย์ ติดบ้านเอาไว้ สำหรับการทดสอบเครื่องสำอางที่รู้สึกไม่น่าไว้ใจ ซึ่งในปัจจุบันชุดทดสอบดังกล่าวมีจำหน่าย ในราคาไม่แพงอีกด้วย
เพราะผิวหน้าของเรา มีเพียงหน้าเดียว

การจะเลือกใช้ เครื่องสำอางต่างๆ นอกจากจะเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวแล้ว ควรเลือกเครื่องสำอางที่มีความปลอดภัยด้วย เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว อาจจะต้องเสียทั้งเงิน และเวลาในการรักษาปัญหาผิว และที่สำคัญ คือ อาจจะต้องเสียใจหากผิวพรรณจนหมดทางรักษาอีกด้วย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. https://www.sanook.com/health/4729/
  2. http://www.welpano.com/Blog/รู้ทันผิวติดสาร_สเตียรอยด์-blog.aspx
  3. http://www.svjclinic.com/content.php?cate=article&iden=87
  4. https://pantip.com/topic/33931771

สิวเสี้ยนรักษา 16 วิธี ให้สิ้นซาก พร้อมสูตรลอกสิวเสี้ยน กระชากถึงต้นตอ

สิวเสี้ยนรักษา 16 วิธี ให้สิ้นซาก พร้อมสูตรลอกสิวเสี้ยน กระชากถึงต้นตอ

สิวเสี้ยนรักษา 16 วิธี ให้สิ้นซาก พร้อมสูตรลอกสิวเสี้ยน กระชากถึงต้นตอ สิวเสี้ยน สิวๆๆๆ วันนี้เราจะมาดูเรื่องสิวๆ โดยเราจะเน้นที่สิวเสี้ยว รับรองว่าละเอียดยิบ จนคุณอ่านจบแทบจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องสิวเสี้ยนได้เลย

สิวเสี้ยน เวลาที่มีมันเกิดขึ้น มันจะเกิดเยอะมากๆ คล้าย ๆ กับสิวอุดตัน แต่ว่าในไขมันนั้นมักจะมีขนรวมอยู่ด้วย และแค่แค่สิวเพียงหัวเดียวอาจมีขนมากถึง 50 เส้น ขนเหล่านี้แหละคือตัวการเพราะว่าเมื่อมันขดรวมกันจำนวนมาก มันจะอุตันรูขุมขนจนทำให้เกิดความสกปรก เป็นปัญหาเริ่มต้นของการเกิดสิวต่างๆ — สิวเสี้ยนรักษา

สิวเสี้ยน มีชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ ว่า Trichostasis spinulosa พบได้ในทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นจะพบมากเป็นพิเศษ เมื่อรูขุมขนเกิดความผิดปรกติ จะเกิดเป็นสิวเสี้ยน มีลักษณะคล้ายกับสิวหัวดำ และอาจะมีขนเล็กแทรกอยู่ สังเกตเห็นได้ตามจุดำเล็กๆ บนใบหน้า มีความแหลมของหัวสิว เกิดมากบริเวณ ปลายจมูก หน้าผาก ข้างแก้ม หรือแม้แต่บริเวณคอ และหลัง สรุปง่ายๆ คือมันเกิดได้ทุกที่ 555

สิวเสี้ยน 16 ปราบให้สิ้นซาก พร้อมสูตรลอกสิวเสี้ยน กระชากถึงต้นตอ

ดูแลสิวเสี้ยนสิวเสี้ยน

1.ดูแลตัวเอง

การดูแลตัวเองพูดแล้วมันจะกว้างมากเกินไป เพราะฉะนั้นเราจะมาเฉพาะเจาะจงกัน นั้นคือการรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ หากว่าหน้ามันระหว่างวันเราสามารถใช้กระดาษซับมันได้ หรือล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าก็ได้ ง่ายๆ และได้ผลดี

แต่การล้างหน้านั้นก็มีข้อจำกัดเช่นเพราะว่าการล้างหน้าบ่อยเกินไปจะยิ่งทำให้เกิดสิวผดได้ง่าย อะไรกันนี่ 555 เพราะฉะนั้นล้างแค่วันละ 2 – 3 ครั้งก็พอ ใครที่ชอบใช่ครีมบำรุงขอให้ใช้ครีมที่มีเนื้อบางเบา และไม่สารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ และเน้นทานอาหารเช่น ผัก ผลไม้เป็นพิเศษ หรือหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน แล้วดื่มน้ำให้มากๆ อย่างน้อย 6 หกแก้วต่อวัน

พฤติกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยง

2.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยง

มีอะไรบ้างที่เป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดสิวเสี้ยน อย่างแรกคือหน้ามัน เพราะจะกระตุ้นให้รูขุมขนกว้าง เกิดจากอะไร เพราะว่าเราใช้ครีมที่ความมันมากเกินไป หรือเกิดจากการกดสิว บีบสิว เช็ดหน้าแรงๆ บ่อยๆ ระวัง อย่าทำ

ครีมรักษาสิวเสี่ยน

3.เบนซอยเพอร์ออกไซด์ หรือยาบีพี

ยาที่สามารถช่วยเรื่องปัญหาของสิวเสี้ยนได้ดี ล้างหน้าให้สะอาดแล้ววันละ 2 ครั้ง เช้า และก่อนนอน โดยทาทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก เบนซอยเพอร์ออกไซด์ หรือยาบีพี จะช่วยลดไขมันที่ผิวหนัง ครั้งแรกที่ใช้หลายคนอาจจะกลัวแพ้ ควรใช้ที่ความเข้มข้นต่ำก่อนหรือขนาด 2.5% จากนั้นหากไม่แพ้ก้ค่อยปรับเพิ่มมาเป็น 5% หรือ 10% ได้

รูปของสิวเสี้ยน

4.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท AHA และ BHA

ยาชนิดนี้จะช่วยให้ไขมันออกตัว และสามารถเอาสิวเสี้ยนออกมาได้ง่ายมากขึ้น จากนั้นเราต้องบำรุงด้วยโทนเนอร์เพื่อกระชับรูขุมขน แต่ยาตัวนี้หายากพอสมควร บนฉลากจะเขียนว่า Salicylic acid แต่ว่าบางทีอาจจะเห็นผลช้า ใครที่อยากได้แบบรวดเร็ว แนะนำตัวนี้ เรตินอยด์

รูปสิวเสี้ยน

5. ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ จะช่วยสลายไขมันได้เช่นกัน ลดการเกาะตัวของเซลล์ผิวหนัง ป้องกันการเกิดสิวเสี้ยน มีหลายแบบให้เลือกใช้ ทั้ง แอลกอฮอล์เบส และวอเตอร์เบสเวลาใช้เสร็จก็อย่าลืมบำรุงด้วยโทนเนอร์ และถ้าจะให้เห็นผลไว ชัดเจน ควรใช้คู่กับ มาส์กลอกสิวเสี้ยน

ครีมกำจัดสิวเสี้ยน

6.ครีมกำจัดสิวเสี้ยน

ในบ้านเรามีครีมประเภทนี้ขายอยู่มากมาย หาซื้อง่าย ส่วนมากจะเป็นครีมที่ลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ ช่วยให้เซลล์ผิวหลุดลอกออกมา และรวมทั้งไขมันที่อุดตัน แต่ว่าได้ผลแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้ลดการเกิดสิวเสี้ยนได้ถาวร หากจะให้ดีใช้ควบคู่กับยาที่แนะนำจะดีที่สุด

เครื่องมือกดสิว

7.ใช้เครื่องมือกดสิว

อันนี้ใครหลายๆ คนชอบ เพราะว่าสนุกมือดี 555 ตรงไหนที่มีสิวเสี้ยนเป็นหัวดำ เราสามารถกดให้หัวมันออกมาได้ แต่ต้องทำอย่างระมัดระวังนะ เพราะว่าอาจทำให้เกิดการอักเสบ หรือผิวหนังระคายเคืองได้

แผ่นลอกสิวเสี้ยน

8.แผ่นลอกสิวเสี้ยน

บ้านเรามีขายเยอะมาก ใน 7 – 11 ก็ยังมีขาย พวกนี้จะเคลือบสารทำให้ติดแน่น พอเรานำมาแปะบริเวณใบหน้าเอาไว้สักพัก แล้วดึงออกมาสิวเสี้ยนจะหลุดออกมาด้วย ราคาไม่แพง เห็นผลทันที

แต่ข้อเสียคือมันดึงสิวเสี้ยนออกมาได้เฉพาะที่ไขมันเกิดการละลายแล้วเท่านั้น พสกสิวเสี้ยนบางตัวมันดึงหลุดยาก และระวังเวลาใช้อย่าใช้บ่อย เพราะว่ามีสารเคมีที่อาจทำให้ผิวหน้าแพ้ได้ อย่างมากควรใช้ สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็พอ

มาร์คลอกสิวเสี้ยน

9.มาร์คลอกสิวเสี้ยน

มีหลายยี่ห้อให้เลือก ที่อยากแนะนำคือ Blackhead EX Nose Clay Mask และ Clear Nose ถือว่าใช้ผลดี และมีราคาเบาๆ ไม่เจ็บกระเป๋าตังค์

สิวเสี้ยนเยอะมาก

10.กาวตราช้างลอกสิวเสี้ยน

โอ้แม่เจ้า เราต้องเล่นของแข็งกันสักหน่อย กาวตราช้างไปเลย บอกก่อนว่าอย่าเอาไปใช้กับส่วนอื่น ทำได้แค่บริเวณจมูกเท่านั้น และอย่าทำเกิน 2 อาทิตย์ต่อ 1 ครั้ง
อุปกรณ์ คือ เทปย่น ความกว้าง 1 นิ้ว / กาวตราช้าง ครับ

ตัดเทปย่นเป็นชิ้นให้มีขนาดพอดีกับจมูกที่เราจะแปะลงไป ส่วนมากแล้วตัดเป็น 3 ชิ้นจะกำลังดี จากนั้นเอาเทปย่นด้านกาวมาติดที่นิ้ว บีบกาวตาช้างลงไปแล้วเกลี่ยให้ทั่ว โบกกับอากาศสัก 7 – 8 ที เพื่อเวลาแปะลงบนจมูกจะไม่ได้รู้สึกร้อน แล้วเอาแปะได้เลย รอจนกาวแห้งประมาณ 15 นาที ค่อยๆ ดึงออกจากด้านล่าง ดึงขึ้นไปด้านบน

เคล็ดลับสิวเสี้ยน

11.ไข่ขาว

วิธีนี้ใครก็ต้องเคยใช้แน่นอน ว่าจะดีก็ดี แต่เราใช้ไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่ 555 อาจเพราะผิวเรามันดื้อไปแล้ว ง่ายๆ แค่เอาไข่ขาวมาทาหน้า ทาให้หมดหน้าไปเลย แล้วเอากระดาษทิชชู่มาแปะ รอจนแห้งแล้วลอกออกมา จะเห็นสิวเสี้ยนหลุดออกมาด้วย หลังจากเสร็จเรียบร้อยให้ทาโทนเนอร์กระชับรูขุมขนซ้ำอีกครั้ง

นมสด + ผงเจลาติน

12.นมสด + ผงเจลาติน

สูตรนี้เรา import มาจากบล็อกเกอร์สาวต่างประเทศ เธอบอกว่าใช้แล้วได้ผลจริง เพราะว่าลองใช้มาแล้ว ก่อนอื่นเพื่อเป็นการเตรียมผิว เราจะต้องลอกสิวเสี้ยนด้วย BHA หรือน้ำมะนาวสดเสียก่อน จากนั้นแล้วค่อยทำตามขั้นตอนดังนี้

– นำนมสด กับเจลาติน มาคนให้เข้ากัน แล้วนำไปเวฟ 10 วินาที จากนั้นรอให้เย็น ถ้าทาตอนนี้หน้าแหกแน่นอน 555 พอเย็นได้ที่ให้นำมาทายบริเวณที่ต้องการจะลอกสิวเสี้ยน ทาบางๆ แล้วลอก คุณจะพบกับผิวหน้าสว่าง ใสไม่สิวเสี้ยน เขาว่าอะนะ ส่วนตัวแล้วยังไม่เคยได้ลองทำ

สูตรรักษาสิวเสี้ยน

13.สูตรน้ำมะนาว

สูตรนี้เคยทำบ่อย เพราะว่าชอบน้ำมะนาว มีประโยชน์ตอผิวมาก ลดการอักเสบ ปรับผิวหน้าไม่ให้มัน และยังมีสูตรลดสิวผดอีกด้วย แต่ตอนนี้เราจะมาดูในสูตรของการลอกสิวเสี้ยน ใช้น้ำมะนาวสดทาบริเวณที่มีสิวเสี้ยน เพื่อให้เกิดการละลายไขมัน และเกิดอ่อนตัว หรือจะใช้คู่กับ ดินสอพอง หรือแป้งโยคีผสมกัน แล้วทาทิ้งเอาไว้ทั้งก็ได้เช่นกัน

สูตรนี้หลายคนที่ใช้ครั้งแรกอาจจะแสบๆ หน่อยๆ แต่ใครที่แสบมาให้เจือจางน้ำมะนาวโดยการผสมกับน้ำก่อนก็ได้เช่นกัน แล้วค่อยปรับให้เข้มข้นมากขึ้นเมื่อผิวของเราเข้าที่จนรู้สึกฉินแล้ว

เครื่องดูดสิวเสี้ยน

14.เครื่องดูดสิวเสี้ยน

มีทั้งแบบมือถือซื้อมาทำเอง (เห็นคนบ่นเหมือนกันว่าไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร สู้แผ่นลอกสิวทั่วไปไม่ได้เลย) หรือแบบเครื่องใหญ่ที่ใช้กันตามคลินิกทั่วไปครับ ที่จะใช้โอโซนร้อนเพื่อเปิดรูขุมขนก่อน เพื่อลดการอุดตัน และตามด้วยเครื่องดูดสูญญากาศดูดเอาสิ่งที่อุดตันออกมา ราคาต่อครั้งก็ไม่แพงครับ ประมาณ 150-250 บาท

เครื่องดูดสิวเสี้ยนส่วนนี้คือเครื่องดูดสิวเสี้ยนทำเองจากวัสดุเหลือใช้ครับ ความแรงก็ใช้ได้เลยครับ โดยอุปกรณ์ที่ใช้ก็มีแค่หัวปั๊มสบู่ สำลี ฟอร์เซป และครีมทาหน้าอะไรได้ ส่วนวิธีการทำก็ตามคลิปด้านล่างนี้เลยครับ ว่าแล้วก็ไปลองทำบ้างดีกว่า

เครื่องไอพีแอล

15.ใช้เครื่องไอพีแอล

เจ้าเครื่อง ไอพีแอล คือเครื่องดูดสิวเสี้ยนใช้การส่งพลังงานแสงลงไป กำจัดได้ลึกถึงราก ป้องกันการเกิดเซลล์ขนใหม่ วิธีนี้ดีมาก มีผลข้างเคียงน้อย แต่อาจจะต้องทำบ่อย และมีค่าใช้จ่ายพอประมาณ ใครที่ต้องการทำด้วยวิธีนี้ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

สิวเสี้ยนแดง

16.เลเซอร์สิวเสี้ยน

อีกหนึ่งวิธีสำหรับคนที่มีงบ และอยากได้ผลที่รวดเร็ว แน่นอน การเลเซอร์สิวเสี้ยนสามารถกำจัดได้มากกว่าร้อยละ 50 % เมื่อทำไปหลายๆ ครั้ง สิวเสี้ยนจะหายไปอย่างหมดจด แต่ว่าอาจทำให้เกิดรูขุมขนที่กว้างมากขึ้น และมีรอยแดงๆ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะว่ามันจะหายไปใน 2 – 3 วัน และบอกก่อนว่ามีราคาแพงเลยทีเดียว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. https://medthai.com/สิวเสี้ยน/

หน้าเป็นผื่น สิวผด 14 วิธีรักษา หายหมดจด ด้วย…

หน้าเป็นผื่น สิวผด 13 วิธีรักษา หายหมดจด ด้วย…

หน้าเป็นผื่น สิวผด 13 วิธีรักษา หายหมดจด ด้วย… สิวผด ลักษณะคล้ายผื่น หรือเล็ก ๆ และมีลักษณะแหลม ในช่วงเช้าเราอาจจะไม่สังเกตเห็น แต่ว่าในช่วงบ่ายจะเห่อออกมา ทำให้เห็นได้ชัดมาก ในบางครั้งจะมีอาการคัน หรือแดง ยิ่งเราล้างหน้าบ่อยก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น พบได้บริเวณใบหน้า หน้าผาก และขมับ มีทั้งอักเสบ และไม่อักเสบ — หน้าเป็นผื่น

สาเหตุการเกิดสิวผด

สาเหตุการเกิดสิวผด

ส่วนมากแล้วสิวผดเกิดจากแสงแดด และความร้อน เพราะว่าจะไปกระตุ้นให้ต่อมเหงื่ออุดตัน ระบายเหงื่อออกมาไม่ได้ เพราะเหตุในนี้ในช่วงที่อากาศเย็นเราจึงไม่ค่อยพบสิวผด ซึ่งในอากาศของบ้านเรามันก็เอื้อต่อการเกิดสิวผดอย่างมาก เพราะว่ามีแค่หน้าร้อน กับหน้าร้อนมาก 555

สิวผด เกิดจากยีสต์ P. ovale เมื่อเข้าหน้าร้อน หรือในช่วงที่มีอากาศร้อน ไขมันบนหน้าของเราจะเป็นอาหารของมัน จนเกิดการแบ่งตัวแล้วกลายเป็นสิวผด บีบยากมาก บางทีบีบแล้วก็ไม่มีอะไรออกมา และยิ่งบีบหนักๆ เข้าก็จะอักเสบกลายเป็นปัญหาหนักเข้าไปอีก

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวผด

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวผด

1.มลพิษจากสภาวะอากาศ และสิ่งแวดล้อม
2.แพ้น้ำหรือเหงื่อ
3.เกิดจาการแพ้ผลิตภัณฑ์
4.ใช้น้ำอุ่นล้างหน้าบ่อยเกินไป
5.การเช็ด ถู หรือขัดหน้าบ่อย ๆ แรง ๆ
6.แพ้เครื่องสำอางบางประเภท
7.นอนน้อย นอนไม่หลับ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
8.ภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่สมบรูณ์

วิธีแก้หน้าเป็นผื่น สิวผด

หน้าเป็นผื่น สิวผด 14 วิธีรักษา หายหมดจด ด้วย…

1.อย่างแรกที่ต้องทำคือการรักษาความสะอาดของใบหน้าให้มากที่สุด และหยุดการรบกวนใบหน้าเช่นการ นวดหน้า ขัดหน้า เช็ดถูหน้า เพราะว่ามือของเราในบางครั้งจะสกปรก ทำให้เกิดการกระตุ้นสิว

2.ล้างหน้าอย่างถูกวิธี การล้างหน้าบางครั้งก็เป็นอันตรายต่อผิวเช่นกัน เช่นการล้างหน้าบ่อยเกินไป เพราะว่าจะยิ่งไปกระตุ้นให้เกิดสิวผด ไม่ควรเกินวันละ 2-3 ครั้ง

3. ไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างหน้าเพาะว่าความร้อนจะยิ่งไปกระตุ้นให้เกิดสิวผด และหลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยสบู่ ทางที่ดีที่สุดคือการล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า

4. สภาพจิตเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะว่าความเครียดจะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนัก นอนให้เป็นเวลา และพักผ่อนให้เพียงพอ อย่านอนดึก

5.อาหารควรทานให้ครบตามหลักโภชนาการ โดยเฉพาะพวกผัก ผลไม้ และแร่ธาตุสังกะสี นอกจากนี้ควรดื่มน้ำให้มาก เพื่อคืนความชุ่มชื้นสู่ผิว

6.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่แพ้ อย่างที่ได้บอกเอาไว้ว่าไม่ควรใช้อะไรทั้งนั้นระหว่างที่กำลังเกิดสิวผด แต่ว่าเราสามารถบำรุงหน้าได้ด้วย ว่านหางจระเข้ โรสแมรี ฯลฯ แต่อย่าลืมว่าก่อนนอนต้องล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้ง เพราะอาจกลายเป็นสาเหตุของปัญหาอุตัน

7.หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด แต่หากว่ามีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมที่ต้องเผชิญกับแสงแดด ควรทาครีมกันแดดทุกครั้ง แต่ถ้าจะให้ดีควรเลือกครีมกันแดดที่มีความมันน้อย และมีค่า SPF 15 PA+++

9.ยาคีโตโคนาโซล คือยาที่ใช้ทาเพื่อลดสิวผดที่เกิดจากเชื้อยีสต์ แต่ว่าต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

10.ยาอะดาพาลีน คือยาในกลุ่มของ เรตินอยด์ เช่นยา “ดิฟเฟอริน” เพื่อใช้ทาก่อนนอนให้สิวผดมีหัวขึ้นมา แล้วทำการรักษาอีกทีหนึ่ง

11.ทำเลเซอร์ หลายคนที่ไม่ค่อยมีแล และต้องการการดูแลผิวอย่างรวดเร็ว การทำเลเซอร์ถือเป็นตัวเลือกที่หลายคนใช้ แต่ว่าจะมีผลข้างเยงคือทิ้งรอยดำๆ เอาไว้บนใบหน้า ถึงจะเป็นเช่นนั้นหลายคนก็เลือกที่จะมารักษารอยดำกันทีหลัง

12.ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง หลายคนมีปัญหาสิวผดเรื้อรัง เพราะมันขึ้นถาวรเมื่อรักษาหายมันก็ขึ้นมาอีก ถ้าเป็นเช่นนี้ควรใช้วิธีรักษาสิวผดอย่างถูกต้อง โดยการทายาตามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

13.มะนาว + ผงพิเศษตราร่มชูชีพ + แป้งโยคี นี่คือสูตรที่ดีงามมาก เพราะว่าเคยลองใช้มาแล้ว นอกจากรักษาสิวผดได้อย่างชัดเจน ยังช่วยให้ผิวมันหายไปอย่างหมดจด วิธีทำ คือ นำ ผงพิเศษตราร่มชูชีพ + แป้งโยคี มาผสมให้เข้ากันในอัตราส่วนที่เท่ากัน จากนั้นนำน้ำมะนาวคั้นสดๆ มาใส่เพื่อให้เกิดความเหนียว แบบหนืดๆ ไม่ต้องเหลวมาก แล้วนำมาพอกหน้า ยิ่งใช้ผิวของคุณจะยิ่งดีขึ้น ข้อแนะนำสามารถทาก่อนนอน และทิ้งไว้จนถึงตอนเช้าได้เลย ในครั้งแรกอาจมีอาการแสบๆ คันๆ เล็กน้อย บริเวณที่มีสิวอักเสบ เพราะว่าฤทธิ์ของมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า รูขุมขนสะอาด และสลายไขมันอุดตันต้นเหตุของการเกิดสิวผดได้อย่างหมดจด

14.ผงหอมศรีจันทร์ + โยเกิร์ต แบรนด์ไทยใช้ดี ผงหอมศรีจันทร์ สามารถช่วยลดสิวผดได้อย่างไม่น่าเชื่อ จริงๆ แล้วเรามีหลายสูตรกันที่คนนิยมใช้ แต่ในวันนี้เราจะมาใช้สูตร ผสมกับโยเกิร์ต โดยการเอา โยเกิร์ตธรรมชาติ 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับผงหอมศรีจันทร์ 1 ช้อนโต๊ะ ทาหน้าทิ้งเอาไว้ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ช่วยขจัดสิ่งสกปรก สิ่งที่อุดตันในรูขุมขน กระชับผิว สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง รักษาสิวผด ลดความมันบนใบหน้าได้ดี

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. https://medthai.com/สิวผด/

หน้าไหม้ 9 วิธีรักษา จากประสบการณ์จริง ไม่อิงนิยาย

หน้าไหม้ 9 วิธีรักษา จากประสบการณ์จริง ไม่อิงนิยาย

หน้าไหม้ 9 วิธีรักษา จากประสบการณ์จริง ไม่อิงนิยาย หน้าไหม้ เรื่องร้ายๆ ที่ใครก็ไม่อยากเจอไม่ว่าจะไหม้ด้วย แสงแดด ครีมเถื่อน หรือมลภาวะเป็นพิษ สิ่งต่างๆ เหล่านี้กลายเป็นปัญหาคู่กับสาวๆ มาหลายยุคหลายสมัย แล้วเราจะทำอย่างไร ให้อาการหน้าไหม้หายไป รักษาอย่างไรดี วันนี้เรามีคำตอบ — หน้าไหม้

หน้าไหม้ 9 วิธีรักษา จากประสบการณ์จริง ไม่อิงนิยาย

ดูแลหน้าไหม้

1.ประคบผิวด้วยน้ำเย็น

หากว่าผิวของเราถูกเผาจากแสงแดด วิธีง่ายในการรักษาคือการประคบผิวด้วยน้ำเย็น เพียงแค่เอาผ้ามาชุบน้ำเย็นแล้วประคบให้ทั่วใบหน้า เพื่อปรับอุณหภูมิผิวหน้าให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง สร้างสมดุลในผิวง่ายๆ แต่ได้ผลจริง

หน้าไหม้ ว่านหางจระเข้

2.ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ ถือว่าเป็นสมุนไพรครอบจักรวาล ช่วยได้หลายอย่าง ทั้งปวดเทาอาการปวด ลดการอักเสบ และยังช่วยช่วยรักษาอาการหน้าไหม้ได้อีกด้วย ผิวหน้าไหม้แดด เพียงนำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือก

จากนั้นก็ล่างให้สะอาด นำเฉพาะส่วนที่เป็นเมือกใสๆมาบด ทาผิวหน้าได้ ทาตอนไหนก็ได้ หรือใครที่คิดว่ามันยุ่งยากก็สามารถหาซื้อพวกเจลว่านหางจระเข้สำเร็จรูปได้เลย มีขายทั่วไป หาง่าย ตาม 7 – 11 ก็มีมากมายหลายยี่ห้อ ที่สำคัญมีราคาที่ถูกมากๆ

หน้าไหม้แพ้ครีม

3.โยเกิร์ต

นอกจากมีรสชาติที่อร่อยล้ำ ที่สำคัญยังสามารถเอาบำรุงผิวได้อย่างดีเว่อร์ เพียงเอาโยเกิร์ตรสธรรมชาติ มาพอกหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที จนแห้ง แล้วล้างออกเพียงแค่นี้ก็ดีผิวแล้ว ขอแนะนำว่าควรเอาโยเกิร์ตไปแช่ตู้เย็นก่อนนะ เพื่อความฟินส์จะได้คูณ 2

วิธีรักษาหน้าไหม้

4.แตงกวา

เคยเห็นในหนังในละครกันมาเยอะ ที่บรรดาเหล่าผู้หญิงในนั้นจะนำมาวางแปะลงบนใบหน้า เพียงแค่เอามาฝานเป็นแผ่นบางๆ แล้วเอามาวางบนใบหน้าเหมือนอย่างในละครนั้นแหละ ช่วยได้เยอะเลย วางไว้ประมาณ 20 นาที แต่หลายคนไม่ค่อยทำ เพราะว่าวต้องนอนเฉยเลยรู้สึกเบื่อ 555 ถ้าอยากสวยมันต้องอดทนกันนิดหนึ่ง

รักษาหน้าไหม้

5.งดใช้สบู่ โฟมล้างหน้า

ระหว่างที่ผิวของคุณไหม้ คุณต้องรักษาอาการต่างให้หายดีก่อน เพราะว่าการใช้สบู่ หรือโฟมล้างหน้า อาจทำให้เกิดอาการกำเริบ เพราะสิ่งเหล่านี้จะยิ่งทำให้หน้าแห้งมากขึ้นกว่าปกติ และในช่วงนี้ผิวของเราจะแพ้ง่ายมาก ในสบู่ หรือโฟมล้างหน้า อาจมีสารบางตัวที่ทำให้ผิวขอองเราแพ้มากกวว่าเดิม ตอนนี้ใช้หน้าเปล่าล้างหน้าเพียงอย่างเดียวก็พอ น้ำเปล่านี่แหละดีต่อผิวมากที่สุดแล้ว

หน้าไหม้ทำไง

6.งดใช้เครื่องสำอาง

ไม่เว้นแม้กระทั่งเครื่องสำอางทุกชนิด เพราะว่าอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้มากขึ้น ช่วงนี้ใครไม่มั่นใจหน้าสด ก็งดออกจาบ้านไปเลย รอผิวกลับมาคืนสภาพเมื่อไหร่ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะอวดความสวย

แก้หน้าไหม้

7.ดื่มน้ำเยอะๆ

การดื่มน้ำช่วยร่างกายเกิดการสมดุลในทุกสัดส่วน และจะยิ่งช่วยได้มากเมื่อเกิดอาหารผิวหน้าไหม้ เพราะว่าน้ำจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง คือความชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณที่ไหม้

หน้าไหม้แดด

8.นมสด

พูดถึงนมสดแล้วต้องนึกถึงรสชาติที่หอมหวาน ยิ่งเป็นนมอุ่นดื่มกี่ทีก็ฟินส์ แต่วันนี้เราจะไม่มาพูดถึงเรื่องกานกินนมสด แต่เราจะเอานมสดมารักษาอาการหน้าไหม้

เพียงแค่เอานมสดแช่ตู้เย็น แล้วนำผ้าสะอาดมาชุบประคบ หรือว่าโปะลงบนใบหน้า ผิวหน้าที่ไหม้แดดจะกลับมาเนียนนุ่มเปล่งปลั่งอีกครั้ง ผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสียออกไป เพียงปล่อยเอาไว้สัก 5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด โอเค จบ

หน้าไหม้กี่วันหาย

9.ถุงชาเขียว

ชาเขียวนอกจากจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยสมดุลของร่างกายแล้ว การนำถุงชาเขียวที่ใช้แล้วมาแช่ตู้เย็น แล้วนำมาประคบบริเวณผิวหน้าที่ไหม้แดด จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวได้อย่างรวดเร็ว ลดอาการหน้าไหม้แดด คืนความชุ่มชื้นสู้ผิวอีกครั้ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. https://acnejung.com/915/วิธีรักษาหน้าไหม้แดด/

อยากขาว 10 วิธีขาวแน่ Confirm กินให้ถูก ดูแลตัวเองให้ดี

อยากขาว 10 วิธีขาวแน่ Confirm กินให้ถูก ดูแลตัวเองให้ดี

อยากขาว 10 วิธีขาวแน่ Confirm กินให้ถูก ดูแลตัวเองให้ดี ใครๆ ก็อยากขาว เพราะว่าผิวขาวทำให้ดูเป็นสะอาด มีออร่า น่าสัมผัส ยิ่งขาวยิ่งเหมือนมีรัศมีแพร่ออกจากร่าง 555 ถือว่าเป็นค่านิยม และความชอบมาตรฐานของคนส่วนมากไปแล้ว

เพราะฉะนั้นสาวๆ จึงได้ค้นหาความขาวจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อเอาไว้พิชิตใจหนุ่มๆ และหนุ่มเองก็เช่นกัน วันนี้เราจะมาแนะนำความขาวที่เกิดจาการ กิน กินๆๆๆ กินอะไรขาว กินอะไรผิวสวย พร้อมกับวิธีป้องกันที่ทำให้ผิวของทุกคนสวยใสไร้ที่ติ รับรู้กันได้เลย ใน — อยากขาว

อยากขาว 10 การกิน กินๆๆๆ ขาวแน่ Confirm

วิตามินผิวขาว

1.วิตามิน C ผิวขาว

วิตามิน C มีมากในน้ำมะเขือเทศ น้ำที่หลายคนไม่ชอบรสชาติของมันอย่างรุนแรง แต่ก็ต้องทนเอาเพราะว่ามันมีวิตามิน C เข้มข้นที่สูงมาก ช่วยให้ผิวเรียบเนียนสวย ใส มีน้ำมีนวล ลดเลือนจุดด่างดำ หรือว่าใครที่ไม่ชอบทานน้ำมะเขือเทศจริง อันนี้เราสามารถหาซื้ออาหารเสริมมาทานได้ ในบ้านเรามีอาหารเสริมประเภท วิตามิน C มากมายหลายยี่ห้อ สามารถเลือกดู 10 ตัวท็อปได้ใน

http://www.patcharapa.com/วิตามินซียี่ห้อไหนดี/

วิตามินบำรุวผิวขาว

2.วิตามินE

วิตามิน E สิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผิวของสามารถปกป้อง อุลตร้าไวโอเล็ต จากแสงแดดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เจ้าแสงแดดที่ร้ากาจมักจะคอยทำร้ายผิวให้หมองคล้ำ

โดยเฉพาะแดดเมืองไทยที่ต้องบรรยายถึงความร้อนแรง แทงทะลุชั้นผิวหนัง วิตามิน E จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เปล่งปลั่ง รอยสิว และจุดด่างดำลดเลือนอย่างรวดเร็ว

Grape Seed ผิวขาว

3.Grape Seed

Grape Seed คือ สารสกัดเข้มขันจากเมล็ดองุ่น คุณรู้หรือไม่ว่า Grape Seed แรงกว่าวิตามิน C 20 เท่า และสูงกว่าวิตามิน E 50 เท่า ต่อต้านอนุมูลอิสระได้อย่างน่าอัศจรรย์ สามารถหา Grape Seed ได้ในบทความ https://brannova.com/คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี/

โคเอนไซม์ คิวเทน (Q10)

4.โคเอนไซม์ คิวเทน (Q10)

โคเอนไซม์ คิวเทน (Q10) หรือ ยูบิควิโนน จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวอันเป็นพื้นฐานของเซลล์ ทำให้เราแก่ช้า ย้อนวัยได้อีกครั้ง เสริมสร้างกล้ามเนื้อในร่างกาย

Collagen ผิวขาว

5 . Collagen ผิวขาว

Collagen ถือได้ว่าเป็นอาหารเสริมที่กำลังยมมากที่สุด เพราะว่ามีส่วนช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คืนทุกระบบในร่างกายให้กลับมาสมดุลอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ดดนตรงในเรื่องของการดูแลผิวพรรณ ไม่ว่าจะเป็นช่วยให้ผิวขาว เรียบเนียนใส เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล สำหรับใครที่กำลังมองหา Collagen ดีๆ ในนี้มีคำตอบ

http://www.patcharapa.com/คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี/

ขัดผิวขาว

6.ขัดผิว

อีกหนึ่งวิธีของการคืนสภาพผิวขาวให้สาวๆ ได้สวยกันอีกครั้ง แน่นอนว่าไม่พ้นการดูแลผิวยอดนิยมนิยมอย่างการการขัดผิว วิธีการขัดผิวนั้นง่ายๆ ไม่ว่าจะใช้สบู่ มะขาม ส้ม หรืออะไรก็ได้ที่มีสาประกอบของ วิตามินซี วิตามินดี สามารถใช้ขัดได้ทั้งตัว และเรามี 3 สูตรเด็ดมานำเสนอ เชิญเข้าไปพบกับการขัดผิวที่ลึกล้ำยิ่งกว่าที่เคยลึกได้ที่

http://www.patcharapa.com/สูตรผิวขาว/

เสื้อช่วยผิวขาว

7.ใส่เสื้อผ้าที่ถูกต้อง

ก็เพราะว่าแดดเมืองไทยมันร้อนแรง แซงทะลุนรก เราจึงต้องปกป้องตั้งแต่ขั้นตอนของการเลือกเครื่องแต่งการ เมื่อเราต้องออกไปทำกิจกรรนอกแสงแดด อย่างแรกที่ควรคำนึง คือเรื่องของเสื้อผ้า

ถ้าจะให้ดี เราควรใส่เสื้อแขนยาว เพื่อช่วยปกป้องผิวขั้นต้นจาก แสงแดด และรังสี UV หรือไม่ก็ควรพกร่มไปด้วย ร่มไม่ได้มีไว้กันฝน หรือกันแดดเพียงเท่านั้น แต่เรายังสามารถใช้มันกับใครสักคน 555 ชวนเขามาอยู่ใต้ร่มคันเดียวกันสิ ฟินส์แน่นอน

ทาครีมบำรุงผิวขาว

8.ทาครีมบำรุงผิว

อ้าว เรื่องอาการกินก็เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่นอกจากนั้นเราควรดูด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เพราะว่านี่ถือเป็นเรื่องพิ้นฐานของการมีผิวขาวสวย อย่าขี้เกียจ เพราะว่าความสวยใสมันเป็นอะไรที่ต้องลงมือทำ มาทาครีมบำรุงผิวกันเถอะ ซึ่งมีครีมมากมายให้เราได้เลือกใช้ และเราอยากจะแนะนำครีมบำรุงผิวจากการรีวิวในกระทู้ระดับชาติ Pantip

https://pantip.com/topic/31554208

การนอนบำรุงผิว

9.การนอน

พื้นฐานสำคัญของร่างกาย การนอนที่ดีช่วยให้ร่างสมดุลในทุกสัดส่วน และมีผลต่อผิวเช่นกัน เช่นเมื่อเรานอนดึกจะทำให้ร่างกายผลิตคอลเจนน้อยกว่าปกติ ส่งผลมากมายกับผิวที่เรารัก เช่น ใบหน้าหมองคล้ำ ขาดน้ำ ซีด ทางที่ดี อยากแนะนำว่าควรนอนก่อน 3 ทุ่ม แต่เชื่อเถอะว่าทำกันไม่ได้หรอก 555 ถ้าอย่างนั้นเราควรนอนให้เพียงพอ ประมาณวันละ 7 – 8 ชั่วโมง ก็ยังดี

ครีมกันแดดผิวขาว

10.ครีมกันแดด

สมัยนี้ใครไม่ทาครีมกันแดดยกมือให้ดูหน่อย ไม่มีเลย ทุกคนทากันหมด เพราะว่าแดดมันโคตรร้ายกาจ ยิ่งแดดเมืองไทยไม่ต้องให้พูด ทาเถอะจะได้ไม่เป็นภาระต่อผิว ท่านสามารถเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวของตนเองได้ใน

http://www.patcharapa.com/ครีมกันแดดทาหน้า/

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. https://brannova.com/การทําให้ผิวขาว/

หน้าแพ้ ทำไงดี 6 วิธีช่วยคุณได้ เห็นผล 100 %

หน้าแพ้ ทำไงดี 6 วิธีช่วยคุณได้ เห็นผล 100 %

หน้าแพ้ ทำไงดี 6 วิธีช่วยคุณได้ เห็นผล 100 % คนเรานั้นมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน บางคนแพ้ยาตัวนั้น ครีมตัวนี้ หรืออาหารตัวโน่น จนทำให้ผิวมีผลกระทบไม่สวยใส มีผื่น มีตุ่มน้ำเม็ดเล็กๆ คันจนเกาไม่หยุด จนทำให้มีอาการอักเสบ และอีกบลาๆๆๆ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำวิธีแก้ปัญหากัน แบบเฉพาะเจาะจง สำหรับคนที่ครีม — หน้าแพ้

หน้าแพ้ ทำไงดี 7 วิธีช่วยคุณได้ เห็นผล 100 %

แพ้ครีมทาหน้า

1.เลิกใช้ครีมที่แพ้

ถ้ามันใช้แล้วแพ้ก็เลิกใช้สิ รออะไร อย่าคิดว่าของแพงจะดีเสมอไป เลือกใช้ให้ตรงกับสภาพผิวจะดีที่สุด และเมื่อเกิดอาการแพ้ให้ดูว่าผลิตภัณฑ์ที่เราแพ้มีส่วนผสมของอะไร คราวหน้าจะได้ไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมพวกนี้ แพ้อย่างฉลาดต้องรู้จักตัวเอง

แพ้ครีม หน้าแดง

2. หยุดใช้เครื่องสำอางทุกอย่าง

เมื่อเกิดอาการแพ้เราต้องใช้ทุกอย่างแม้กระทั่งครีมบำรุง เพราะว่าพวกนี้จะไปยับยั้งการรักษาอาการแพ้ให้หายช้า หน้าเดิมแล้วรักษาอาการแพ้ให้หายก่อน แล้วค่อยกลับมาใช้ใหม่

หน้าแพ้ครีมเป็นผื่น

3. ทายาลดผดผื่นคัน

หากว่ามีอาหารไม่มากมายเท่าไหร่เราสามารถไปปรึกษาเภสัชตามร้านขายยาได้เลย เช่นยาทาลดอาการคัน หรือยามีส่วนผสมของ Ketoconazole ยาเหล่านี้จะช่วยลดอาการแพ้ แต่หากว่ามีอากรแพ้ที่รุนแรง แน่นอนคงไม่ต้องให้บอก ปรึกษาแพทย์ด่วนเลย

แก้หน้าแพ้ครีม

4. ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด

ใช้น้ำสะอาดล้างหน้าสำคัญมาก ไม่ต้องใช้โฟมเพราะว่าอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้มากยิ่งขึ้นไปอีก น้ำสะอาดธรรมดานี่อหละดีที่สุดแล้ว ไม่แพแน่นอน รอหายดีเมื่อไหร่ค่อยกลับมาบำรุงผิวหน้ากันใหม่ก็ยังไม่สาย

วิธี รักษา อาการ แพ้ ครีม

5. งดการมาร์คหน้า

แม้แต่การมาร์คหน้าเราก็ต้องหยุดเช่นกัน เพราะส่วนมากการมาร์คหน้าจะทำผิวแห้งกว่าเดิม คนที่กำลังเกิดอาการแพ้ผิวหน้าจะแห้งกว่าคนปกติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นหยุด stop now

แพ้ครีมหน้าไหม้

6. อย่าบีบสิว

บางคนเวลาเกิดอาการแพ้จะมีสิวขึ้นหนัก โดยเฉพาะคนที่มีสิวอยู่แล้วสิวจะยิ่งเห่อขึ้นมากหนักว่าเดิม อย่าบีบเด็ดขาดเพราะจะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบ เป็นแผลเป็น อาการแพก็จะหายช้า หากว่ามีอาการอักเสบเราสามารถซื้อยาทาได้เช่น Clinda-M , Clindalin gel เป็นยาแต้มสิวที่นิยมใช้กัน

ที่สุดของการดูแลผิวให้ได้ผลดีที่สุด คือการออกกำลังการ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ รักษาสุขภาพของจิตให้แข็งแรง ไหว้พระ สวดมนตร์ช่วยได้ 555 อันนี้พูดจริงนะคะ ใครที่มีอาการแพ้เครื่องสำอาง แพ้นั่นนี่ พยายามออกกำลังครับ สุขภาพจิตแจ่มใส สุขภาพกายก็แข็งแรง ยิ้ม ^-^

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. http://acnedefend.blogspot.com/2013/11/allergic-acne.html

วิธีรักษาสิวอักเสบ 8 สมุนไพร ง่าย Naturel & Clean เป๊ะเวอร์ !!!

วิธีรักษาสิวอักเสบ 8 สมุนไพร ง่าย Naturel & Clean เป๊ะเวอร์ !!!

วิธีรักษาสิวอักเสบ 8 สมุนไพร ง่าย Naturel & Clean เป๊ะเวอร์ !!! เรื่องสิว เรื่องปวดหัวของทุกคน ใครอยากสวย หน้าใส ก็ต้องหาวิธีหลุดสิวเอาไว้ให้กลายเป็นเรื่องที่ไม่ต้องพบเจอ เข้าเรื่องเลยแล้วกัน

วันนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีรักษาสิว แต่ว่ามันเจาะ ดีงามกว่านั้น เพราะว่าจะมารักษาอักเสบ กำจัดลึกถึงปัญหาต่างๆ อย่างตรงจุด ทั้งสาเหตุ วิธีแก้ไข และหนทางป้องกัน นี่คือปล่อยพลังความรู้ขั้นสุดยอด ใน วิธีรักษาสิวอักเสบ 12 วิธี ง่าย Naturel & Clean เป๊ะเวอร์ !!! — วิธีรักษาสิวอักเสบ

วิธีการรักษาสิวอักเสบ

การเกิดสิวอักเสบ แบ่งออกเป็น 2 สาเหตุ

การเกิดของสิวอักเสบนั้น ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ก็เกิดขึ้นมาได้เลย มันต้องเกิดมาจากสิวธรรมดาทั่วไปที่เกิดการติดเชื้อมันจึงกลายเป็นสิวอักเสบ จากนั้นจะเริ่มบวม แดง และมีหนอง โดยมาจาก 2 สาเหตุ

1.เกิดจากการแกะ เกา

ของมือเรานี่แหละตัวดีที่สุด เวลามีสิว ไม่ว่าจะสิวอะไรก็ตามเราจะชอบไปแกะเกาเสมอ จนทำให้อักเสบ และติดเชื้อแบคทีเรีย Staphylococci

2 . เกิดจากเชื้อประจำถิ่น

มีเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Propionibacterium acnes มันจะกินไขมันบนหน้าเราเป็นอาหาร และตรงไหนที่มีการอุดตันของไขมัน มันจะยิ่งเจริญเติบโตได้ดีมาก ทำให้สิวบริเวณนั้นเกิดการอักเสบ และระคายเคือง

หนูๆ รู้หรือไม่ สิวอักเสบ มี 5 ประเภทนะจ๊ะ

สิว

1 . สิวเสี้ยน (Trichostasis spinulosa)

ในรูขุมขนของเราบริเวณ ใบหน้า หลัง หรือจมูกจะมีขนอ่อนที่ที่เข้าไปอุดตัน เพียงแค่เส้นเดียวก็สามารถทำให้เกิดสิวอักเสบได้แล้ว

2 . สิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papule)

การอักเสบชนิดนี้จะเป็นเพียงแค่ส่วนบนของผิวหนัง ทำให้มีรอยแดง

3 . สิวชนิดหัวหนอง (Pustule)

จะอยู่ในชั้นผิวหนังทั้งชั้นตื่น และชั้นลึก ระยะเวลาในการรักษาอยู่ที่ความลึกของสิวหนอง

4 . สิวอักเสบและเป็นก้อนลึก (Nodule)

ถือว่าเป็นสิวอักเสบที่มีอาการหนักพอสมควร เพราะว่าสามารถรักษาให้หายได้ช้ากว่าปกติ และจะท้องรอยแผลเป็นไว้อีกด้วย มีลักษณะเป็นก้อน บวม

5 . สิวชนิดเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง (Cyst)

หรืออีกชื่อที่เราเรียกกันว่า “สิวหัวช้าง” มีลักษณะใหญ่ บวม แดง และปวด

สิวอักเสบ

การรักษาสิวอักเสบ 3 ระยะ

1 . สิวเป็นไต

ลักษณะของ สิวไต คือ เป็นตุ่มแดง และแข็ง เมื่อสัมผัส หรือกด จะรู้สึกเจ็บ แต่ว่าไม่มีหัวหนอง ถือว่าน่ารำคาญมาก เพราะว่าเวลาเผลอเอามือไปโดนจะเจ็บทุกที และก็หายช้าด้วย แถมยังเป็นรอยนูนแดงๆ ควรใช้พวกยาทาแก้อาการอักเสบ สิวจะค่อยๆ ยุบไปเอง อาจจะช้าหน่อย แต่ถ้ารักษาได้ถูกวิธีจะไม่มีหัวหนอง และไม่เป็นแผลเป็น

2 . มีหัวหนอง และหัวสิวยังไม่สุก

สิวประเภทนี้จะมันน่าแกะจริงๆ ทางที่ดีเราควรกระตุ้นให้สิวมันสุกไวๆ เพราะจะได้รีบเอาหนองออกมาให้หมด แล้วจะได้รักษาได้เร็วทำให้โอกาสที่จะเกิดแผลเป็นน้อยลง เวลาสิวสุขเราไม่จำเป็นต้องแกะ แต่ว่าเราสามารถออกกำลังเพื่อให้ร่างกายขับความร้อนได้

แล้วสิวจะหลุดออกมาเองจากนั้นใช้ครีมแต้มสิว พอเริ่มตกสะเก็ดก็ตามด้วยยาที่ใช้รักษารอบแผลเป็น แต่หากว่าเราออยากจะกดสิวออกเอง เพราะไม่อยากไปออกกำลังกายให้มันยุ่งยาก ต้องกดตอนที่สิวสุกเต็มที่เท่านั้น ไม่งั้นมันเกิดสิวหัวหนองอีกครั้งตรงที่เดิม

3 . สิวสุก

สิวระยะสุดท้าย เราจะต้องเอาหัวหนองออกมาให้หมด จากนั้นก็ทายาป้องปันการติดเชื้อ และการเกิดแผลเป็น

วิธีป้องกันสิวอักเสบ

วิธีป้องกันสิวอักเสบ

1 . เลิกสัมผัสใบหน้าด้วยมือ

มือของเรานั้นสกปรกมาก เพราะว่าในแต่ละวันเราต้องอะไรต่ออะไรมากมาย เพราะฉะนั้นหลีกเลี่ยงการเอามือสัมผัสใบหน้า หยุดการแกะ เกา เพราะว่าเชื้อแบคทีเรียจะเข้าไปสู่ผิว และทำให้เกิดจนกลายเป็นสิวอักเสบในที่สุด

2 . หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่เราแพ้ หรือมน้ำมัน

เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Olive oil และ Lanolin หรือ น้ำมัน เพราะสารเหล่านี้จะยิ่งทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน โดยเฉพาะคนที่ผิวหน้าผิวหน้ามัน สิ่งเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด

3 . ล้างหน้าให้สะอาด

ความสะอาดคือหัวใจหลักของการป้องกันสิวที่ดีที่สุก ล้างหน้าทำความสะอาดสิ่งที่อุดตันในรูขุม หรือขจัดสิ่งสกปรก การล้างหน้าจะช่วยขับของเสีย และน้ำมัน ไม่ให้อุดตันจนกลายเป็นสิว แต่การเลิกผลิตภัณฑ์ในการล้างหน้าควรใช้ตามสภาพของตัวเองอย่างเหมาะสม และที่แนะนำเบื้องต้นคือการไม่ใช้สบู่ทั่วไปล้างหน้า เพราะว่าสบู่มีฤทธิ์เป็นด่าง

4 . เลือกใช้ผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด สำหรับทุกผิวหน้าคือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Water – based หรือ Oil – free เป็นหลัก เพราะไม่เกิดอาการแพ้ ให้ชุ่มชื้น สร้างความยืดหยุ่น และไม่มีผลให้เกิดสิว

5 . การมาส์กหน้าด้วยสมุนไพร

จริงๆ แล้วสมุนไพรไทยช่วยรักษาสิว และดูแลผิวหน้าได้เยอะมาก เราแทบจะไม่จำเป็นต้องหาผลิตภัณฑ์จากต่างประเภท หรือหาผลิตภัณฑ์ราคาแพงจากที่อื่นเลย เราสามารถนำสูตรการดูแลผิวด้วยสมุนไพรที่มีมากมายมาใช้ในการมาส์กได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สมุนไพรรักษาสิว 8 ตัวเด็ด ที่อยากแนะนำ

สมุนไพรแก้สิวอักเสบ

1 . เปลือกมังคุด

เราจะใช้น้ำที่คั้นจากเปลือกมังคุด หรือว่าจะนำเปลือกมังคุดมาบดแล้วใส่น้ำอุ่นลงไปก็ได้ นำมาผสมกับดินสอพองให้มีความหนืดนิดๆ จากนั้นทาหน้าให้ทั่ว หรือทาเฉพาะบริเวณสิวอักเสบ หรือจะเอาน้ำสดๆ ทาเลยก็ได้เช่นกัน สามารถทำได้ทุกวัน รับรองเห็นผลไว้ เพราะว่าในเปลือกมังคุดจะมีสาร GM – 1 ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และสาร Xanthone ช่วยลอดการอักเสบ และ Tannin ช่วยสมานแผล

สูตรรักษาสิวอักเสบ

2 . มะ & มะ มะนาว และมะเขือเทศ

น้ำมะนาว 1 ช้อนชา + เนื้อมะเขือเทศสับ หรือปั่นละเอียด 1 ลูก ลูกขนาดกลางๆ ผสมกันแล้วทาหน้าทิ้งไว้ 10 – 15 นาที จากนั้นก็ล้างออก หรือว่าจะใช้มะเขือเทศอย่างเดียวหั่นแล้วเอามามาก์สหน้าก็ได้เช่นกัน คุณประโยชน์ในมะเขือเทศมีสาร Licopersioinทีเด็ดจัดการเชื้อแบคทีเรีย และมีกรดอ่อนๆ และน้ำมะนาวที่มี Alpha Hydroxy Acids ช่วยลดการอักเสบ และทำให้หัวหนองเปิด สิวอักเสบหลุดออกมาได้ง่าย ช่วยสมานได้เร็วขึ้น

รักษาสิวอักเสบ

3 . ว่านหางจระเข้

สมุนไพรไทยใช้ง่ายจนร้องต้องบอก ใช้ว่านหางจระเข้ที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป แช่น้ำทิ้งไว้ 10 – 15 นาที เพื่อเอายางออก จากนั้นก็ปอกเปลือกเพราะว่าเราจะใช้แค่วุ้นใสๆ แล้วนำมาล้างน้ำอีกรอบ นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก แล้วทาใบหน้า หรือเฉพาะตรงจุดที่สิวอักเสบได้ ในว่านหางจระเข้มีสาร Carboxypeptidase ลดอาการอักเสบ และ Aloctin A ช่วยสร้างสร้างเซลล์

สมุนไพรรักษาสิวอักเสบ

4 . มะละกอ

มะละกอสุกอร่อยเวอร์ !!! ทานได้เลยดีต่อร่างกาย ดีต่อผิว หรือใครจะนำมาบดผสมกับข้าวโอ๊ต และน้ำผึ้ง ก็ได้เช่นกัน ทาทิ้งเอาไว้บนใบหน้า 10 – 15 นาที แล้วล้างออก ทำได้สัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง จะดีต่อผิวมาก ในมะละกอสุกจะมีสาร ชื่อ Papain และ Chymopapain ช่วยลดอาการอักเสบ และทำให้สิวยุบเร็ว

วิธีลดสิวอักเสบ

5 . กระเทียม

ใช้กระเทียมกลีบใหญ่ 2 – 3 กลีบ บด หรือคั้นเอาแต่น้ำ ใช้น้ำกระเทียมมาทาบริเวณเฉพาะจุดเท่านั้น อย่าทาทั่วใบหน้า น้ำกระเทียมจะลดอาการอักเสบได้เร็ว แต่ว่าทาทิ้งไว้แค่ 10 – 15 นาทีจากนั้นล้างออกให้สะอาด หากทิ้งไว้นานาเกิดอาจทำให้ผิวไหม้
หรือเราจะนำน้ำกระเทียม ผสมกับน้ำสายชู ในสัดส่วนที่เท่ากันแล้วทาบริเวณสิวอักเสบทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออกก็ได้เช่นกัน ในกระเทียมจะมีสาร Alliin ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดอาการอักเสบ

สมุนไพรไทยรักษาสิวอักเสบ

6 . ขมิ้นชัน + ปูนแดง

ใช้ ผงขมิ้นชัน 1 ช้อนชา + ปูนแดงปริมาณ 1/2 ช้อนชา + น้ำมะนาว 1 ช้อน ผสมให้เข้ากันทาบริเวณสิวอักเสบ ทุกเช้า – เย็น ทำได้สัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง ในขมิ้นจะมีสาร Curcuminoids ต้านอนุมูลอิสระ ปูนแดงช่วยการสมานแผล และมะนาวสรรพคุฯเยอะมาก ลอกเซลล์ผิว ลดอาการอักเสบ

แก้สิวอักเสบ

7 . หอมแดง

หอมแดง 1 ผล สับละเอียดคั้นเอาแค่น้ำของมัน ทาบริเวณสิวอักเสบทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำได้ทุกวัน แต่บางคนอาจจะไม่ชอบวีนี้เพราะว่าหอมแดงจะมีกลิ่นฉุน เราสามารถลดกลิ่นได้โดยการเอาไปแช่ตู้เย็น ในหอมแดงจะมีสาร Allicin และ Diallyl disulfide ยับยั้งแบคทีเรียได้อยู่หมัด

ดูแลสิวอักเสบ

8 . ตำลึง

กินครับ เห็นเป็นต้องกิน 555 แต่วันนี้เราจะเอาตำลึงมาทำประโยชน์อย่างอื่นกัน เพราะว่าตำลึงช่วยลดอาการอักเสบได้ดีมาก ใช้ต้นตำลึง 1 กำมือ ตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำ ชุบสำลีแล้วแปะเอาไว้บนสิวอักเสบประมาณ 15 – 20 นาที จากนั้นล้างออก สามารถทำได้ทุกวัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. http://www.patcharapa.com/วิธีรักษาสิวอักเสบ/

แพ้ครีมหน้าไหม้ รักษาได้ใน 2 สัปดาห์ 4 ผลิตภัณฑ์คัดมาเพื่อคุณ

แพ้ครีมหน้าไหม้ รักษาได้ใน 2 สัปดาห์ 4 ผลิตภัณฑ์คัดมาเพื่อคุณ

แพ้ครีมหน้าไหม้ รักษาได้ใน 2 สัปดาห์ 4 ผลิตภัณฑ์คัดมาเพื่อคุณ เป็นไปได้เหรอ ? โอ้แม่เจ้า !!! ใครจะเชื่อ ? แพ้ครีมหน้าไหม รักษาได้ใน 2 สัปดาห์ ปัญหาของสาวๆ ทั่วโลก ยิ่งในปัจจุบันมีครีมออกมาเยอะมาก มากจนเลือกไม่ไหวใช้ไม่ถูก

ผลที่ได้นอกจากความสวยใสจะไม่ใช่อย่างใจปรารถนาแล้ว ยังหน้าไหม้ หน้าพัง ผิวหนังชำรุด จนอาจหยุดไม่อยู่ แต่เดี๋ยวก่อน วันนี้เราจะมาเสนอ (พูดเหมือนจะขายตรง 555) 4 ผลิตภัณฑ์คัดมาเพื่อคุณ ใช้อย่างไร ใช้แบบไหน เชื่อหรือไม่ หน้าไหม้ หน้าพัง แพ้ครีม รักษาได้ใน 2 สัปดาห์ — แพ้ครีมหน้าไหม้

อาการแพ้ครีม

อาการแพ้ครีม

หลายคนเกิดอาการแพ้ครีมที่ใช้ เนื่องจากครีมที่ใช้ไม่ได้คุณภาพ ไม่มี อย. ครีมเถื่อน หรือบางครั้งอาจเป็นเพราะผิวของเราไม่ถูกกับสารประกอบในตัวครีม โดยให้เราสังเกตผิวของตัวเอง หากว่ามีอาการแพ้จะมีผลเช่นนี้
นะคะ

1 . มีผดผื่นขึ้น ผดนั้นจะมีลักษณะเป็นสิวเม็ดเล็ก ๆ สีแดง ๆ คล้าย ๆ ผื่น ปกติทั่วไป แสดงว่าเริ่มเกิดอาการแพ้แล้ว

2 . ให้หลายครั้งอาจจะมีอาการอักเสบ และเป็นหนอง เห่อแดง บางครั้งมีอาการปวด

แพ้ครีมทาหน้า

รักษาอาการแพ้ครีมโดยการหยุดทุกอย่าง

เมื่อเรารู้ตัวว่าเกิดอาการแพ้แล้ว อย่างแรกที่ต้องทำคือการหยุดใช้ครีมทุกอย่าง ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำเกลือ หยุดใช้แม้กระทั่งครีมกันแดด โฟมล้างหน้า หรือพวกมาร์คหน้าต่าง งดการแต่งหน้า

เพราะผิวจะยิ่งแห้ง และเกิดสิวได้ง่าย ห้ามแคะ แกะ เกา เพราะว่าอาจทำให้เกิดการอักเสบ หากว่าอยากใช้ก็สามารถทาได้เพียงแค่พวกมอยเจอร์เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเท่านั้น แต่ที่อยากแนะนำคือหยุดใช้ไปเลยทุกอย่างจะดีที่สุด เพราะว่าสารบางตัวในมอยเจอร์ อาจจะไปยับยั้งการรักษาให้หายช้าลง BioHope ผลิตภัณฑ์ เห็นผลลัพธ์ชัดเจน รักษาอาการหน้าไหม้ ใน 2 สัปปดาห์

Bio-E Recovery Treatment Cream , Snail Recuperating Cooling Gel และ เป็นไอเทมงามๆ ที่อยากแนะนำ สามารถรักษาอาการแพ้ครีมได้อยู่หมัด ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ไม่มีสิ่งที่มำให้เสี่ยงต่ออาการแพ้ เช่น สารปรอท ไฮโดรควิโนน สเตียรอยด์

วิธีรักษา อาการหน้าไหม้ด้วย BioHope

วิธีรักษา อาการหน้าไหม้

1.Snail Recuperating Cooling Gel

บำรุงผิวด้วย Snail Recuperating Cooling Gel สกัดจากธรรมชาติแท้ๆ จากเมือกหอยทาก ช่วยลดอากรแพ้ได้เป็นอย่างดี ลดอาการอักเสบ และยังช่วยซ่อมแซมผิวหนังชั้นนอก ได้ผลอย่างรวดเร็วมาก

นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ เพื่อลดการระคายเคืองของผิว และอาการลดการบวมแดงที่เกิดจากการแพ้ต่างๆ มีฤทธิ์เย็นของเมือกหอยช่วยฟื้นฟูผิวอย่างรวดเร็ว เทคนิคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของครีม นำไปแช่เย็นเพื่อให้เกิดความสดชื่นเมื่อใช้ ทาทิ้งเอาไว้ 15-20 นาที รับรองว่าฟินส์แน่นอน

รักษาหน้าไหม้

2. Bio-E Recovery Treatment Cream

อีกไอเทมที่แนะนำให้ใช้คู่กันคือ Bio-E Recovery Treatment Cream มีส่วนประกอบของ วิตามิน เข้มข้น และเซราไมดส์ เพื่อชดเชยครีมต่างๆ ที่เราไม่ได้ใช้ตอนที่เกิดอาการแพ้ เพราะว่า Bio-E Recovery Treatment Cream จะช่วยบำรุงผิว และไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้เพิ่มจากเติม ช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจน และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว

แก้หน้าไหม้

3. Biohope ตัวอื่นๆ

หลังจากที่เราได้ดูแลผิวแล้ว และอาการต่างๆ เริ่มหายไป คุณสามารถบำรุงผิวต่อได้ด้วยผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ ของ Biohope เพื่อให้เกิดความดีงามต่อผิว เพราะว่า Biohope เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อการระคายเคือง เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายมาก ไม่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่ก่อให้เกิดการแพ้ และเป็นอันตรายต่อผิว

ลองนำวิธีนี้ไปใช้ ผิวหน้าของใครที่กำลังเกิดอาการแพ้ต่าง รับรองว่าสามารถช่วยได้ ผิวหน้าจะกลับมาสดใสเช่นเดิม เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. http://www.biohopethai.com/ขั้นตอนการกู้หน้าแพ้-หน้าพัง-จากครีมเถื่อน
  2. http://acnedefend.in.th/exp-allergy-weeks.html